อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562

วิบากกรรมแกนนำนปช.หลังศาลฏีฏาสั่งจำคุก 4 ปี

จะหนีหรือยืดอกน้อมรับคำตัดสิน ลุ้นชะตาชีวิต 13 แกนนำนปช.หลังศาลฏีฏาสั่งจำคุก 4 ปี คดีพาม็อบล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ปี 2552 พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 05.14 น.

ตามที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการหรือ นปช. นำมวลชนคนเสื้อแดง ร่วมล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2552 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในสมัยที่ มีการชุมนุมใหญ่ปี 2552 ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี  ต่อมาแกนนำทั้ง 13 คนประกอบด้วย นายอริสมันต์พงศ์เรืองรอง ,นายนิสิต สินธุไพร ,นายพายัพปั้นเกตุ ,นายวรชัย เหมะ ,นายวันชนะเกิดดี ,นายพิเชฐ สุขจินดาทอง ,นายศักดานพสิทธิ์ ,พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์ ,นายนพพรนามเชียงใต้ ,นายสำเริง ประจำเรือ ,นายสมยศพรหมมา ,นพ.วัลลภ ยังตรง และนายสิงทอง บัวชุม ถูกดำเนินคดีโดยอัยการศาลจังหวัดพัทยาเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์พงศ์เรืองรองกับพวกในข้อหา ร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10คนขึ้นไป และผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจร พ.ศ.2522



ศาลชั้นต้น พิพากษาตัดสิน จำคุก4ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกนายอริสมันต์ กับพวก เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ศาลจังหวัดพัทยา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำ นปช. กับพวกอีก 12คน ซึ่งร่วมก่อเหตุบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยมีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ เพียงคนเดียวที่มาฟังการตัดสินของศาลฎีกา 
ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ จำคุกนายอริสมันต์ กับพวก เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้ออกหมายจับ  ยกเว้นนายสมญศฆ์ พรมมา ศาลยกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุมเท่านั้น ขณะที่บรรยากาศโดยรอบไม่มีกองเชียร์เสื้อแดงมาให้กำลังใจเหมือนที่ผ่านมามี เพียงกลุ่มผู้สื่อข่าวจากหลายสังกัดทั้งส่วนกลางและภูมิภาคมาเฝ้ารอรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น



ด้านนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 กล่าวว่า มี
จำเลยหลายคนไม่ได้รับหมายจึงไม่ได้มาขณะที่บางคนในกลุ่มที่ 2 ป่วยมีใบรับรองแพทย์ส่วนตัวเองมีประเด็นในการต่อสู้คดีว่า มีพยานปากหนึ่งที่เบิกความเท็จนอกจากนี้ยังมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาว่ามีข้อเท็จจริงใหม่ จึงอยากให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษา อย่างไรก็ตามศาลจังวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาว่า ศาลมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 12 และให้ออกหมายจับผู้ไม่มาฟังตัดสิน ยกเว้นนายสมญศฆ์ พรมมา เนื่องจากศาลเห็นว่าเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุมเท่านั้น หลังจากนี้ต้องวัดใจแกนนำ นปช.ทั้ง 12คนว่า จะยอมมอบตัวตามหมายจับ หรือจะเดินทางหลบหนีคดีไปยังเส้นทางที่ไร้จุดหมาย ซึ่งใน12 คนนี้มี1คนย้ายค่ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)จนได้เป็นส.ส. แต่เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วถือว่าพ้นจากความเป็น ส.ส.เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับกุมได้ทันที.
 

                             
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

บอกต่อ : 20