อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

มท.สั่งพ่อเมืองแก้ภัยแล้ง ใช้งบตามระเบียบคลัง

“มท.”สั่งพ่อเมืองแก้ไขปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ส่วนพื้นที่ประสบความเสียหาย ให้ใช้เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ  ช่วยเหลือปชช.โดยด่วน จิตแพทย์ แนะปรับใจยอมรับภัยแล้ง อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 เวลา 13.42 น.

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2561 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) คาดการณ์ปริมาณฝนในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. 2562 จะมีปริมาณน้อยกว่าค่าปกติ และในบางพื้นที่จะมีสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ซึ่งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเบื้องต้นไปก่อนแล้วนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ภัยแล้งอันเนื่องมาจากกรณีฝนทิ้งช่วงและกรณีการระบายน้ำในแม่น้ำโขง ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนอากาศยานและกำลังพลในการทำฝนเทียมเพิ่มปริมาณน้ำเหนือเขื่อนและบูรณาการร่วมกับฝ่ายพลเรือนในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในระยะเร่งด่วน โดยให้จังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยติดตามสภาวะอากาศและการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา สสน. กรมชลประทาน และหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงสถานการณ์น้ำ รวมทั้งรณรงค์ใช้น้ำอย่างประหยัด และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการบูรณาการให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานภาครัฐ 

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจและจำแนกพื้นที่เสี่ยงภัยให้ชัดเจน ทั้งพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร โดยให้การประปาส่วนภูมิภาค ประปาท้องถิ่น และประปาหมู่บ้าน ตรวจสอบปริมาณน้ำดิบต้นทุน หากพบว่าจุดใดเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ และไม่สามารถผลิตหรือแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารจัดการเครื่องจักรกลสาธารณภัยของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตที่เข้ามาสนับสนุนในพื้นที่ รวมทั้งเครื่องจักรกลของ อปท. ภาคเอกชน และหน่วยทหาร เพื่อจัดรถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล เพิ่มปริมาณน้ำดิบในการผลิตเป็นน้ำประปาให้เพียงพอ และแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน รวมทั้งบรรจุในภาชนะเก็บกักน้ำกลางประจำหมู่บ้าน 
     
นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือกับประชาชน หากพื้นที่ใดประสบความเสียหายจากกรณีภัยแล้งฝนทิ้งช่วง ให้ผวจ.ใช้เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน และถ้าเป็นความเสียหายด้านการเกษตร ให้จำแนกความเสียหายเป็นพื้นที่ประเภท เช่น นาข้าว พืชสวน พืชไร่ หากพื้นที่ใดมีข้อจำกัดวงเงินทดรองราชการไม่เพียงพอ ให้รายงานไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากกรณีภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง สามารถติดต่อแจ้งสายด่วนสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.

นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผอ. รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จ.นครราชสีมา กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ 4 จังหวัดอีสานตอนล่างในเขตนครชัยบุรินทร์ ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ ว่า เป็นภัยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนในเบื้องต้น  อย่างไรก็ตามรพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ  ขอแนะนำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบใช้วิธีการรับมือกับปัญหาโดยเฉพาะความเครียดที่เกิดขึ้น โดยให้ปรับสภาพใจยอมรับสถานการณ์  และช่วยเติมกำลังใจให้กันและกัน  จะทำให้จิตใจชุ่มชื้นขึ้น  เนื่องจากผลกระทบจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

นพ.กิตต์กวี  กล่าวต่อว่า ขอให้ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล โดยใช้หลักการแบ่งปันช่วยเหลือกัน  ช่วยเหลือดูแลจิตใจกันด้วยหลัก 3 ส. คือ ส.ที่ 1 ช่วยกันสอดส่อง มองหาผู้กำลังมีความทุกข์ใจและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เช่นผู้มีอาการเศร้าซึม  นั่งเหม่อลอยผิดปกติเป็นต้น ส.ที่ 2. ให้ใส่ใจรับฟัง เพื่อให้ผู้ที่กำลังเผชิญทุกข์บอกเล่าอารมณ์ความรู้สึก คลายความทุกข์ที่อยู่ในใจออกมา จะช่วยอารมณ์สงบและสบายใจหรือใจชื้นขึ้น และส.ที่ 3. คือการส่งมอบความช่วยเหลือแบ่งปันสิ่งจำเป็นพื้นฐานให้กัน เช่นน้ำดื่ม อาหาร ยา จะช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนในขั้นต้นได้  และหากผู้ที่มีทุกข์ใจยังไม่ดีขึ้นเช่นนอนไม่หลับ วิตกกังวล   ให้แจ้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รับการดูแลต่อเนื่องจนหายขาด  ทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ประสบภัยทุกคนก้าวข้ามผลกระทบจากภัยแล้งอย่างปลอดภัย  ทั้งนี้ในส่วนของผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว  ขอให้กินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง   

นพ.กิตต์กวี กล่าวต่ออีกว่า หากประชาชนมีความเครียด คับข้องใจ  ซึ่งมีสัญญาณอาการคือ อารมณ์หงุดหงิดง่ายโดยไม่มีสาเหตุ  ไม่อยากพูดกับใคร อยากอยู่คนเดียว คิ้วขมวดโดยไม่รู้ตัว ไม่มีสมาธิ ขอแนะนำให้ใช้เทคนิคคลายเครียดเบื้องต้นโดยการฝึกควบคุมลมหายใจเข้า-ออก มี 4 ขั้นตอนง่ายๆดังนี้ 1.นั่งในท่าสบายและให้หลับตาเพื่อตัดสิ่งรบกวนภายนอก ประสานมือและไว้ที่หน้าท้อง 2. ค่อยๆสูดลมหายใจเข้า พร้อมกับนับเลขในใจ 1 ถึง 4 เป็นจังหวะช้าๆ ให้รู้สึกว่าท้องพองออก 3. ให้กลั้นลมหายใจเอาไว้สักครู่ แล้วนับ1-4 เป็นจังหวะช้าๆเช่นเดียวกับหายใจเข้า  และ4. ค่อยๆผ่อนลมหายใจออก โดยนับ 1-8 อย่างช้าๆ พยายามไล่ลมหายใจออกมาให้หมดจะสังเกตได้คือหน้าท้องจะแฟบลง โดยให้ทำซ้ำๆตามขั้นตอนติดต่อกันประมาณ 4-5 ครั้ง ซึ่งจะทำให้หัวใจเต้นช้าลง สมองจะแจ่มใสขึ้นเนื่องจากได้รับออกซิเจนมากขึ้น ช่วยให้รู้สึกว่าได้ปลดปล่อยความเครียดออกไปจากตัวเราอย่างหมดสิ้น รู้สึกโล่งขึ้น ไม่แนะนำให้แก้เครียดด้วยการดื่มสุรา ใช้สารเสพติดเพราะไม่ได้ช่วยลดความเครียดที่แท้จริง และยังก่ออันตรายคุกคามสุขภาพได้.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18