อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562

มท.สั่งพ่อเมืองแก้ภัยแล้ง ใช้งบตามระเบียบคลัง

“มท.”สั่งพ่อเมืองแก้ไขปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ส่วนพื้นที่ประสบความเสียหาย ให้ใช้เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ  ช่วยเหลือปชช.โดยด่วน จิตแพทย์ แนะปรับใจยอมรับภัยแล้ง อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 เวลา 13.42 น.

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2561 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) คาดการณ์ปริมาณฝนในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. 2562 จะมีปริมาณน้อยกว่าค่าปกติ และในบางพื้นที่จะมีสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ซึ่งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเบื้องต้นไปก่อนแล้วนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ภัยแล้งอันเนื่องมาจากกรณีฝนทิ้งช่วงและกรณีการระบายน้ำในแม่น้ำโขง ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนอากาศยานและกำลังพลในการทำฝนเทียมเพิ่มปริมาณน้ำเหนือเขื่อนและบูรณาการร่วมกับฝ่ายพลเรือนในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในระยะเร่งด่วน โดยให้จังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยติดตามสภาวะอากาศและการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา สสน. กรมชลประทาน และหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงสถานการณ์น้ำ รวมทั้งรณรงค์ใช้น้ำอย่างประหยัด และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการบูรณาการให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานภาครัฐ 

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจและจำแนกพื้นที่เสี่ยงภัยให้ชัดเจน ทั้งพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร โดยให้การประปาส่วนภูมิภาค ประปาท้องถิ่น และประปาหมู่บ้าน ตรวจสอบปริมาณน้ำดิบต้นทุน หากพบว่าจุดใดเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ และไม่สามารถผลิตหรือแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารจัดการเครื่องจักรกลสาธารณภัยของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตที่เข้ามาสนับสนุนในพื้นที่ รวมทั้งเครื่องจักรกลของ อปท. ภาคเอกชน และหน่วยทหาร เพื่อจัดรถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล เพิ่มปริมาณน้ำดิบในการผลิตเป็นน้ำประปาให้เพียงพอ และแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน รวมทั้งบรรจุในภาชนะเก็บกักน้ำกลางประจำหมู่บ้าน 
     
นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือกับประชาชน หากพื้นที่ใดประสบความเสียหายจากกรณีภัยแล้งฝนทิ้งช่วง ให้ผวจ.ใช้เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน และถ้าเป็นความเสียหายด้านการเกษตร ให้จำแนกความเสียหายเป็นพื้นที่ประเภท เช่น นาข้าว พืชสวน พืชไร่ หากพื้นที่ใดมีข้อจำกัดวงเงินทดรองราชการไม่เพียงพอ ให้รายงานไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากกรณีภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง สามารถติดต่อแจ้งสายด่วนสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.

นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผอ. รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จ.นครราชสีมา กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ 4 จังหวัดอีสานตอนล่างในเขตนครชัยบุรินทร์ ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ ว่า เป็นภัยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนในเบื้องต้น  อย่างไรก็ตามรพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ  ขอแนะนำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบใช้วิธีการรับมือกับปัญหาโดยเฉพาะความเครียดที่เกิดขึ้น โดยให้ปรับสภาพใจยอมรับสถานการณ์  และช่วยเติมกำลังใจให้กันและกัน  จะทำให้จิตใจชุ่มชื้นขึ้น  เนื่องจากผลกระทบจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

นพ.กิตต์กวี  กล่าวต่อว่า ขอให้ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล โดยใช้หลักการแบ่งปันช่วยเหลือกัน  ช่วยเหลือดูแลจิตใจกันด้วยหลัก 3 ส. คือ ส.ที่ 1 ช่วยกันสอดส่อง มองหาผู้กำลังมีความทุกข์ใจและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เช่นผู้มีอาการเศร้าซึม  นั่งเหม่อลอยผิดปกติเป็นต้น ส.ที่ 2. ให้ใส่ใจรับฟัง เพื่อให้ผู้ที่กำลังเผชิญทุกข์บอกเล่าอารมณ์ความรู้สึก คลายความทุกข์ที่อยู่ในใจออกมา จะช่วยอารมณ์สงบและสบายใจหรือใจชื้นขึ้น และส.ที่ 3. คือการส่งมอบความช่วยเหลือแบ่งปันสิ่งจำเป็นพื้นฐานให้กัน เช่นน้ำดื่ม อาหาร ยา จะช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนในขั้นต้นได้  และหากผู้ที่มีทุกข์ใจยังไม่ดีขึ้นเช่นนอนไม่หลับ วิตกกังวล   ให้แจ้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รับการดูแลต่อเนื่องจนหายขาด  ทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ประสบภัยทุกคนก้าวข้ามผลกระทบจากภัยแล้งอย่างปลอดภัย  ทั้งนี้ในส่วนของผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว  ขอให้กินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง   

นพ.กิตต์กวี กล่าวต่ออีกว่า หากประชาชนมีความเครียด คับข้องใจ  ซึ่งมีสัญญาณอาการคือ อารมณ์หงุดหงิดง่ายโดยไม่มีสาเหตุ  ไม่อยากพูดกับใคร อยากอยู่คนเดียว คิ้วขมวดโดยไม่รู้ตัว ไม่มีสมาธิ ขอแนะนำให้ใช้เทคนิคคลายเครียดเบื้องต้นโดยการฝึกควบคุมลมหายใจเข้า-ออก มี 4 ขั้นตอนง่ายๆดังนี้ 1.นั่งในท่าสบายและให้หลับตาเพื่อตัดสิ่งรบกวนภายนอก ประสานมือและไว้ที่หน้าท้อง 2. ค่อยๆสูดลมหายใจเข้า พร้อมกับนับเลขในใจ 1 ถึง 4 เป็นจังหวะช้าๆ ให้รู้สึกว่าท้องพองออก 3. ให้กลั้นลมหายใจเอาไว้สักครู่ แล้วนับ1-4 เป็นจังหวะช้าๆเช่นเดียวกับหายใจเข้า  และ4. ค่อยๆผ่อนลมหายใจออก โดยนับ 1-8 อย่างช้าๆ พยายามไล่ลมหายใจออกมาให้หมดจะสังเกตได้คือหน้าท้องจะแฟบลง โดยให้ทำซ้ำๆตามขั้นตอนติดต่อกันประมาณ 4-5 ครั้ง ซึ่งจะทำให้หัวใจเต้นช้าลง สมองจะแจ่มใสขึ้นเนื่องจากได้รับออกซิเจนมากขึ้น ช่วยให้รู้สึกว่าได้ปลดปล่อยความเครียดออกไปจากตัวเราอย่างหมดสิ้น รู้สึกโล่งขึ้น ไม่แนะนำให้แก้เครียดด้วยการดื่มสุรา ใช้สารเสพติดเพราะไม่ได้ช่วยลดความเครียดที่แท้จริง และยังก่ออันตรายคุกคามสุขภาพได้.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18