อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

ส.ส.รบ.-ฝ่ายค้านประสานเสียงชะลอต่อสัปทานทางด่วน-บีอีเอ็ม

ส.ส.ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ประสานเสียงชะลอต่อสัมปทานทางด่วน-รถไฟฟ้าบีอีเอม พฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 17.32 น.

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากรณีการต่อสัญญาสัมปทานให้กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตามที่ส.ส.หลายคน อาทิ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ 

นพ.ระวี อภิปรายว่า สำหรับกรณีที่คณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีมติต่อสัญญาสัมปทานให้บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม) อีก 30 ปี ใน 3 โครงการ เพื่อแลกกับการยุติข้อพิพาท 137,000 ล้านบาท โดยมีข้อเสนอให้รัฐดำเนินการเอง หรือประมูลสัญญาสัมปทานใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับรัฐและประชาชนนั้น หากการทางพิเศษฯต่อสัญญาสัมปทานให้กับบีอีเอ็มอีก 30 ปี การทางพิเศษฯจะมีรายได้อยู่ที่ 326,856 ล้านบาท แม้จะแลกกับการไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย 137,089 ล้านบาท แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะมีการแก้สัญญาหรือจ่ายค่าเสียหายในอนาคตได้

นพ.ระวี กล่าวอีกว่า แต่ถ้าหากไม่ต่อสัญญากับบีอีเอ็มแล้วให้การทางพิเศษฯบริหารจัดการเองนั้น จะมีรายได้ถึง651,612 ล้านบาท ซึ่งหักจากการจ่ายค่าเสียหายแล้ว และยังไม่มีความเสี่ยงต้องจ่ายค่าเสียหายอีกในอนาคตด้วย นอกจากนี้ การบริหารจัดการพื้นที่จะเป็นของการทางพิเศษฯทั้งหมด ดังนั้น หากไม่ต่อสัญญาสัมปทานกับบีอีเอ็มจะเป็นการลดภาระให้กับประชาชนได้ เพราะหากต่อสัญญากับบีอีเอ็มค่าทางด่วนจะขึ้น 10 บาททุก 10 ปี ซึ่งหากการทางพิเศษฯบริหารจัดการเองก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นค่าทางด่วน และไม่ต้องจ่ายค่าทางด่วนระหว่างทางซ้ำ โดยสามารถเก็บค่าทางด่วน 30 บาทรวดเดียวทั้งเส้นทางได้ จึงมีความจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษากรณีนี้ เพราะสัญญานี้มีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท จึงควรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมโดยการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาข้อมูลจากทุกฝ่ายให้รอบคอบ มิฉะนั้น รัฐบาลจะรับเผือกร้อนด้วยตนเอง ทั้งนี้ หากมีข้อมูลชัดเจนแบบนี้แล้วรัฐบาลยังจะต่อสัญญาสัมปทานให้บีอีเอ็มอีก 30 ปี ถ้าตนเป็นฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องนี้ไปยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอนเพื่อรักษาผลประโยชน์ทั้งของรัฐและเอกชนให้พอดีกัน

ด้านนายยุทธพงศ์ อภิปรายว่า สำหรับกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ใช้มาตรา 44 ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อเจรจาขยายสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอสออกไปอีก 40 ปี ทั้งๆ ที่ยังเหลือเวลาสัมปทานเดิมในช่วงสายหลักหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสินอีก 10 ปี และเหลือสัมปทานเดินรถส่วนต่อขยายช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้าอีกถึง 23 ปีนั้น ถือว่าส่อความไม่โปร่งใสอย่างยิ่ง และไม่เปิดให้ผู้ให้บริการรายอื่นเข้ามาแข่งขัน เพราะเส้นทางการเดินรถที่บีทีเอสได้รับสัมปทานอยู่นั้นคือหัวใจของคนกทม. ผ่านใจกลางธุรกิจ และผู้อยู่อาศัยของชาวกทม.อย่างหนาแน่น การจะพิจารณาต่อสัญญาสัมปทานยาวนานถึง 40 ปี แต่ความเดือดร้อนของพี่น้องกทม.จากการให้บริการของบีทีเอสมีอยู่มาก ทั้งความเดือนร้อนจากความแออัดของขบวนรถในช่วงเร่งด่วน และค่าโดยสารที่แพงมากถึงขนาดติดอันดับโลก จึงอยากให้สภาฯ ตั้งกรรมาธิการฯ ขึ้นมาเพื่อศึกษาข้อดีและข้อเสียก่อนที่จะมีการต่อสัญญา

ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การให้บริการด้านการคมนาคมเป็นหน้าที่ของรัฐ แต่ก็เป็นเรื่องธุรกิจด้วย เพราะมีการลงทุนมหาศาล ซึ่งในต่างประเทศเมื่อเก็บเงินจนคุ้มทุนแล้วก็เปิดให้บริการใช้ฟรีโดยไม่คิดค่าบริการ แต่กรณีของประเทศไทยมีการให้สัมปทานเอกชนเป็นผู้ลงทุน และกรณีนี้ก็มีการเก็บเงินจนคุ้มทุนแล้ว รัฐจึงไม่ควรต้องต่อสัมปทานให้เอกชนอีก ดังนั้น กรณีที่รัฐจะต่อสัญญาให้เอกชนต่อไปอีก30 ปีโดยมีเงื่อนไขจากสัญญาครั้งที่แล้วว่า ถ้าไม่ต่อสัญญาให้รัฐจะต้องจ่ายค่าโง่จากการผิดสัญญาจำนวน 137,000 ล้านบาทนั้น ถามว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะเรื่องค่าโง่มักจะมาพร้อมกับการทำสัญญาที่ส่อไปในทางทุจริตตั้งแต่แรก จึงขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวก่อนที่รัฐจะดำเนินการ 

จากนั้นที่ประชุมสภาฯ จึงเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 39 คน เพื่อศึกษาต่อไป ทั้งนี้ รวมใช้เวลาพิจารณาญัตติทั้งสิ้นนานกว่า 4 ชั่วโมง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18