อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

ศาลรับคำร้อง32ส.ส.ถือหุ้นสื่อ แต่ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่!

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง 32 ส.ส.ปมหุ้นสื่อฯแต่ไม่ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ ส่วนอีก 9 คนไม่รับคำร้อง พุธที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 17.24 น.

จากกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ขอให้ นาย ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คุณสมบัติ ส.ส.จำนวน 41 คน จาก 6 พรรคการเมือง ที่ถือครองหุ้นในบริษัท นั้น  เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจาณาคดี กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตร 92 จำนวน 2 คำร้อง โดยขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส. 41 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบ มาตรา 98 (3) หรือไม่ เนื่องจาก ส.ส. จำนวน 41 คน เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลง

โดยศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) บัญญัติลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ว่า "เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด" มิใช่เพียงมีเจตนาหรือความประสงค์จะทำกิจการดังกล่าวเท่านั้น ถึงแม้การถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีวัตถุที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจพอที่จะใช้เป็นเหตุให้มีการยื่นคำร้องต่อศาลได้ แต่ก่อนที่จะรับคำร้องไว้พิจารณาต่อไปได้ยังจำเป็นต้องตรวจสอบวัตถุที่ประสงค์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ผู้ถูกร้องทั้ง 41 คนถือหุ้นอยู่ว่าเป็นวัตถุที่ประสงค์ที่จะประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ หรือไม่ ซึ่งเมื่อตรวจสอบจากเอกสารประกอบคำร้องของผู้ร้องแล้ว ปรากฏว่าหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งออกให้แก่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทของนายศาสตรา ศรีปาน, นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์,น.ส.ภริม พูลเจริญ ,น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, นายจักรพันธ์ พรนิมิต, นายกรณ์ จาติกวณิช, นายประมวล พงศ์ถาวราเดช และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โดยมีข้อความระบุรายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ไว้ทำนองเดียวกันว่า "การประกอบกิจการค้ากระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์ หนังสือ อุปกรณ์ การเรียนการสอน อุปกรณ์ถ่ายภาพและภาพยนตร์ เครื่องคำนวณ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์การพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ตู้เก็บเอกสาร และเครื่องใช้สำนักงานทุกชนิด เครื่องมือสื่อสาร คอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์ และอะไหล่ของสินค้าดังกล่าว" ซึ่งเป็นวัตถุที่ประสงค์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ที่จะเป็นลักษณะเข้าข่าย อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส. ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (2) ประกอบมาตร 98 แต่อย่างใด จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องในส่วนของผู้ถูกร้อง จำนวน 9 คน ไว้พิจารณาวินิจฉัย

สำหรับคำร้องของผู้ร้องในส่วนของผู้ถูกร้องที่เหลือ จำนวน 32 คน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (5) แล้ว ศาลจึงสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบพร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้ง 32 คนยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง สำหรับคำขอให้ผู้ถูกร้องทั้ง 32 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 วรรคสอง บัญญัติเงื่อนไขไว้ว่าจะต้อง "ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง" แต่ในคดีนี้ผู้ร้องไม่ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคงมีเอกสารประกอบคำร้องเพียงหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทระบุรายละเอียดวัตถุที่ประสงค์กับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น ไม่ปรากฏแบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัทฯ (แบบ สสช.๑) และแบบนำส่งงบการเงินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด กรณีจึงยังไม่มีความชัดเจนว่า ผู้ถูกร้องประกอบธุรกิจใด ซึ่งศาลจะต้องดำเนินการไต่สวนเพื่อหาข้อเท็จจริงให้ยุติต่อไป เมื่อยังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องจำนวน 32 คน มีกรณีตามที่ถูกร้อง ในชั้นนี้ จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้ง 32 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญยังชี้แจงว่า คดีที่ กกต. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สิ้นสุดลงหรือไม่นั้น ได้ผ่านการสอบสวนของ กกต. ซึ่งมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงมาก่อนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีเอกสารประกอบคำร้อง เช่น แบบ สสช.1 ระบุสินค้าหรือบริการที่ประกอบการว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ โรงพิมพ์ รับพิมพ์ หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย ประกอบกับแบบนำส่งงบการเงินที่บริษัทของนายธนาธรยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 2554-2558 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร และรายได้จากการให้บริการโฆษณา กรณีดังกล่าวจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่านายธนาธร มีกรณีตามที่ถูกร้อง ศาลรัฐธรรมนูญจึงได้มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ ส.ส. 32 ราย ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้ไต่สวน มาจาก พรรคพลังประชารัฐ 21 ราย ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. เขต 8, นางกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1,นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. เขต 15, นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 1, นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต6,น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต2, นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 4, นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2,นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม เขต 4, นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต1,นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 2, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2,นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2,นายสัมพันธ์ มะซูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2,นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. เขต 9, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เขต 1, นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3,น.ส.ภาดา วรกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 6 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ 8 ราย ได้แก่ น.ส.จิตรภัสร์ ภิรมย์ภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา เขต 1,นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1, น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต3,นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 4, นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง เขต 1 นอกจากนั้นยังมีจากพรรคอื่นๆ ได้แก่ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส. สุรินทร์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา, นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 26