อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

สถาบันประสาทตั้งคลินิกเฉพาะใช้กัญชารักษาโรค

สถาบันประสาท ตั้งคลินิกเฉพาะใช้กัญชารักษาโรค ลุยเก็บข้อมูลการใช้จริง “ลมชักในเด็ก-กล้ามเนื้อหดเกร็ง” พร้อมจ่อวิจัยเพิ่ม 3 โรค “พาร์กินสัน-สมองเสื่อม-ปวดเส้นประสาท” พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 20.00 น.

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พญ.ทัศนีย์ ตันติฤทธิศักดิ์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา กล่าวถึงความร่วมมือกับกรมการแพทย์ องค์การเภสัชกรรม ในการศึกษาการใช้น้ำมันกัญชาสำหรับรักษาโรคทางระบบประสาท ว่า ตามหลักเกณฑ์จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 การใช้กัญชารักษาผู้ป่วยที่มีงานวิจัยรองรับแล้วว่ารักษาได้ ซึ่งมี 2 โรค คือ ลมชักในเด็กที่ดื้อต่อการรักษา และ ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกหุ้มประสาทอักเสบส่วนกลาง  โดยใช้ยารักษาปัจจุบันควบคู่กันไป เพื่อดูประสิทธิภาพในการบรรเทาโรคและผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่สารสกัดกัญชาน่าจะได้ประโยชน์ในการควบคุมอาการ ซึ่งควรมีข้อมูลวิชาการสนับสนุน หรือวิจัยเพิ่มเติม โดยมีการศึกษาวิจัยใน 3 โรค คือ 1. โรคพาร์กินสัน ที่ควบคุมอาการไม่ได้ 2. โรคสมองเสื่อมที่มีโรคจิต หรือภาวะทางจิต ร่วมด้วย และ 3.ผู้ป่วยกลุ่มปวดเส้นประสาทใบหน้า ทั้ง 3 โรคนี้จะต้องมีการนำเข้าสู่กระบวนการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบเคสผู้ป่วยที่ได้รับยาจริง ยาหลอก ก่อนจะนำมาแปรผล และสรุปผล

พญ.ทัศนีย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ย้ำว่าทั้ง 2 กลุ่ม เป็นการศึกษาเพื่อดูประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการจากโรคที่เรากำหนดเท่านั้น ยังไม่ใช่เรื่องการรักษาให้หายขาดจากโรค เหมือนกรณีผู้ป่วยเนื้องอกในสมอง จะมีอาการปวดมากๆ เราให้ยาพาราเซตามอลไปก็เพื่อลดอาการปวด ไม่ได้ไปแก้ปัญหาเนื้องอกในสมองซึ่งเป็นตัวต้นเหตุ ให้หายแต่อย่างใด การรักษาต้นเหตุคือต้องตัดเนื้องอกออก เป็นต้น สำหรับยากัญชาที่ใช้ก็จะมีสูตรที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละโรค ตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดจำนวนผู้ป่วยที่จะเข้าสู่โครงการได้ เพราะยังไม่ทราบว่ายากัญชาที่องค์การเภสัชกรรมจะจัดสรรให้มีจำนวนเท่าไหร่ เพราะตามที่มีการระบุว่าล็อตแรกที่ผลิตได้ 2,500 ขวดนั้นก็ไม่ได้ให้สถาบันประสาทเจ้าเดียว แต่จะมีการกระจายให้หลายหน่วยงาน หากทราบรายละเอียดตรงนี้เราจะสามารถกำหนดชัดเจนได้ และสามารถเริ่มเดินหน้าโครงการได้ เราจะไม่เริ่มจนกว่าจะได้ยามา แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะราวๆเดือนกรกฎาคม หรือไม่ก็ประมาณเดือนสิงหาคม

“อีกเรื่องที่กังวลคือองค์การเภสัชกรรมจะผลิตยาให้เราได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ เพราะว่าถ้าได้ล็อตแรกล็อตเดียวแล้วไม่มีอีกเลย แล้วคนไข้จะไม่ได้ยาในระดับที่สูงเพียงพอ เกิดการขาดยา ต้องหยุดยา มีผลต่อประสิทธิภาพการรักษา อาจจะทำให้เกิดการแปรผลลำบาก แต่ตอนนี้ทางกรมการแพทย์ก็ได้มีการทำเอ็มโอยูกับหน่วยงานต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และอีกหลายแห่ง เพื่อการเพาะปลูกกัญชาและป้อนผลผลิตให้กับองค์การเภสัชกรรมอยู่” รองผู้อำนวยการฯ กล่าว

พญ.ทัศนีย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถาบันประสาทได้มีการตั้งคลินิกเฉพาะผู้ป่วยที่รักษาด้วยยากัญชา แยกจากคลินิกเฉพาะทางด้านอื่นๆ เพราะปัจจุบันกัญชายังจัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 การใช้ต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งการได้มา การเก็บรักษา และการจ่ายยากัญชาออกไป คนไข้เอายาไปกี่ขวด กลับมาแล้วต้องตรวจสอบ แต่ยังไม่ได้คุยกันว่าอาจจะต้องถึงขั้นนำขวดยามาคืนด้วยหรือไม่ เพราะตามปกติ หากเป็นยาเสพติดประเภทอื่น เช่น มอร์ฟีน เวลาจะเบิกขวดใหม่ต้องเอาซากขวดเก่ามาคืน ดังนั้นยากัญชาก็อาจจะอิงตามมาตรฐานการเบิกจ่ายมอร์ฟีน ตอนนี้อยู่ระหว่างการหารือวางหลักเกณฑ์.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23