อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

'ชวน'อัด'พีระพันธุ์'กลางวงส.ส. ปมกล่าวหา'ผู้มากบารมี'

“ชวน”ซัด“พีระพันธุ์”กลางวงประชุมส.ส. ปมกล่าวหาผู้มากบารมี ด้านมติที่ประชุมส.ส.ให้กรรมการบริหารพรรค คุยพรรคอื่นหาข้อมูลใช้ชี้ขาด“ร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล” นัดประชุมอีก 23 พ.ค. อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 เวลา 19.30 น.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 21 พ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 52 คน เป็นครั้งแรก  โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม และมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ขึ้นไปนั่งคู่กัน  ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการจับตาของสังคมที่พรรคเสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย ปรากฏว่าในที่ประชุมครั้งนี้ส.ส.ได้แบ่งกลุ่มนั่งกันอย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และกลุ่มนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา ทั้งนี้ นายจุรินทร์ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าการประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ขอให้ส.ส.ทุกคนลงทะเบียนที่อาคารรัฐสภาใหม่ ในเวลา 11.00 น. เพื่อนั่งรถไปยังกระทรวงการต่างประเทศพร้อมกัน ส่วนจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ จึงขอให้ส.ส.ไปกันอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ นายชวน กล่าวในที่ประชุม ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงผู้มากบารมีในเชิงลบ ว่า แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อตน แต่สังคมก็ทราบว่าหมายถึงใคร ดังนั้น ตนจึงมีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริง ทำให้นายพีระพันธุ์ ยกมือและชี้แจงว่าตนไม่ได้เอ่ยชื่อและไม่ได้หมายถึงนายชวน ซึ่งนายชวนได้สวนกลับว่าแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่คนภายนอกที่อ่านก็รู้ว่าหมายถึงใคร ทำให้นายพีระพันธุ์นั่งฟังเพียงอย่างเดียวโดยไม่ตอบโต้อีก



กระทั่งต่อมา เวลา 17.45 น. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมส.ส. ว่า  ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานส.ส. และนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นรองประธานส.ส. อีกทั้งได้แต่งตั้งประธานคณะกรรมการประสานงานหรือวิปส.ส.คือนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง เป็นรองประธานวิป ซึ่งการแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินการของพรรคในสภา ฯบรรลุวัตถุประสงค์และตอบสนองความต้องการของประชาชน

จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคได้กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคมีส.ส.หน้าใหม่หลายคน ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามาครั้งแรก โดยนายชวนได้ย้ำถึงการทำหน้าที่ด้วยความตระหนักถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน และขอให้ส.ส.ทุกคนได้เรียนรู้วิธีการทำงานในระบบรัฐสภา ขณะที่ส.ส.ของพรรคได้เตรียมปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาในลักษณะของการตั้งกระทู้ถาม หรือญัตติต่าง ๆ



โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้ ที่ประชุมส.ส.มีมติเรื่องการตัดสินใจว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพรรคไปพิจารณาประสานงานทิศทางกับพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งเรื่องงานในรัฐสภา และการทำงานในฝ่ายบริหาร รวมถึงให้นำข้อมูลต่างๆกับมารายงานในที่ประชุมส.ส.อีกครั้ง โดยพรรคมีเป้าหมายสำคัญคือประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และสถาบันหลักของชาติมีความมั่นคงตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงให้ได้มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพตรงกับความต้องการของประชาชน คือเป้าหมายสูงสุดที่พรรคยึดถือประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

 

ทั้งนี้ พรรคได้นัดประชุมส.ส.อีกครั้งในวันที่ 23 พ.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ขณะเดียวกันจะมีการประชุมเฉพาะคณะกรรมการบริหารพรรคที่พรรคประชาธิปัตย์ด้วย และหากหลังจากที่ประชุมส.ส.ได้รับฟังข้อมูลที่คณะกรรมการบริหารพรรคไปประสานงานพูดคุยกับพรรคต่างๆ แล้วเห็นว่าควรจะเรียกประชุมร่วมกันระหว่างส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค ก็มีโอกาสเรียกประชุมในวันที่ 23 พ.ค.นี้ และอาจได้ความชัดเจนออกมาในวันดังกล่าวว่าพรรคจะตัดสินร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล

“ขอยืนยันว่าในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีพรรคการเมืองไหนติดต่อมายังพรรคประชาธิปัตย์ และขณะนี้คณะกรรมการบริหารพรรคยังไม่ได้มอบหมายใครไปพูดคุยกับพรรคต่าง ๆ ซึ่งแม้กระทั้งข่าวที่ว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยถึงการร่วมรัฐบาล แต่ขอให้ไปถามนายเฉลิมชัยเอง ส่วนการลงมติเลือกนายกฯนั้นหากพรรคมีมติไปในทิศทางใด ส.ส.ของพรรคทั้งหมดก็จะต้องปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันตามมติพรรค”นายราเมศ กล่าวและว่า การตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ยึดตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก ในการกำหนดทิศทางทางการเมืองมาตลอด



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    61%
  • ไม่เห็นด้วย
    39%

บอกต่อ : 42