อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562

เบรกทุ่มเงิน1.5หมื่นล้านเที่ยวเมืองรอง หวั่นซ้ำรอยบัตรคนจน

ปชป.ร้องรัฐทบทวนแผนทุ่มเงิน 1.5 หมื่นล้านกระตุ้นเที่ยวเมืองรอง หวั่นเงินกระจุกแค่ร้านค้ารายใหญ่ ซ้ำรอยบัตรคนจน จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 17.10 น.

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.  นายสรรเสริญ สมลาภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐบาล มีแนวคิดจะกระตุ้นการท่องเที่ยวใน 55 จังหวัดเมืองรอง โดยการแจกเงินคนละ 1,500 บาท รวมทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท  ว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจต้องคำนึงผลลัพธ์ที่ให้ประโยชน์สูงสุด ต้องดูวิธีกระจายเงิน ซึ่งในขณะนี้มีการกำหนดเงื่อนไขต้องใช้คิวอาร์โคดตามร้านค้าต่างๆ จึงต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนก่อนว่าจำนวนร้านที่จะรับเงินดังกล่าวมีมากน้อยแค่ไหน สามารถกระจายเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ หรือจะกลายเป็นการกระจุกตัว  ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ผลดีที่สุด คือการให้เงินสดไปใช้จ่ายได้กับทุกร้านซึ่งรวมถึงร้านที่ไม่มีคิวอาร์โคดด้วย แต่จะมีปัญหาว่าเงินที่ถูกใช้นั้น จะใช้ไปกับ 55 จังหวัดนี้จริงหรือไม่ เพราะอาจจะไม่มีตัวชี้วัด

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า  ในขณะที่เป็นระยะเวลาที่สั้นมาก เพราะจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 2 สัปดาห์  ตนจึงไม่มั่นใจว่าร้านที่มีคิวอาร์โคดจะมีจำนวนเท่าไหร่ ถ้ามีไม่มาก จะกระจุกตัวอยู่ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ ซึ่งร้านพวกนี้คงเตรียมไว้หมดแล้ว แต่สำหรับร้านค้าทั่วไปจะมีสักกี่ร้านที่เข้าร่วมโครงการ ดังนั้นเงิน 15,000 ล้านบาทนี้อาจไม่ได้สร้างประโยชน์สูงสุด  อีกทั้งยังมีสิ่งที่น่าคิดด้วยว่าเงื่อนไขที่กำหนดให้คนที่อายุ 15 ปีขึ้นไปนั้น มีสิทธิ์ที่จะได้เงินส่วนนี้ โดยวางเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมราว 10 ล้านคน อาจมีผู้เข้าร่วมมากกว่าที่กำหนดไว้ เพราะมีเงื่อนไขที่กว้างมาก และรัฐบาลอาจต้องใช้เงินมากกว่าที่คิด แต่สุดท้ายแล้ว ถ้ามีร้านค้าจำนวนไม่มาก การกระจายเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจะถูกตั้งคำถามว่าได้ประโยชน์อย่างที่วางเป้าหมายไว้หรือไม่

“สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จ่ายเช็คช่วยชาติจำนวน  2,000 บาท เพราะประสบกับวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งต้องทำกะทันหัน ต่างจากปัจจุบันที่ไม่มีวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันบริหารประเทศมา 5 ปีแล้วแต่กลับกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดเวลา จึงอยากให้ทบทวนวิธีการบริหารเศรษฐกิจที่ผ่านมาว่าทำไมจึงไม่ได้ผลแล้วนำมาปรับ อาทิ เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและการประเมินผลกระทบจากสงครามทางการค้า มีตรงไหนต้องได้รับการทบทวนใหม่”นายสรรเสริญ กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

บอกต่อ : 10