อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

ก้าวต่อไปของปูนซิเมนต์ไทย

พบกันอีกเช่นเคยกับ “สุดสัปดาห์ยานยนต์” ในเดือนนี้ อ้วนซ่า แอบซิ่ง จะมาพบกับท่านผู้อ่านถี่ขึ้นอีกนิด เพราะช่วงนี้ กอง บก. เค้ายุ่ง อ้วนซ่าก็เลยต้องเขียนมากกว่าปกติเล็กน้อย ในสัปดาห์ที่ผ่านมาอ้วนซ่าได้มีโอกาสสัมผัสกับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่จากค่ายบีวายดี (BYD) ของจีน โดยรถที่ได้ทดลองนี้มีชื่อว่า รุ่นอี6 (e6) เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 11.12 น.

เมื่อเอ่ยถึงรุ่นอี6 หลายคนอาจคุ้นตากับภาพของรถสไตล์คอมแพ็คเอ็มพีวีพลังไฟฟ้าที่ใช้เป็นแท็กซี่ สีขาวขลิบฟ้า วิ่งให้บริการกันมาสักระยะหนึ่ง แต่สำหรับอี6 ที่อ้วนซ่าเขียนถึงนี้เป็นรุ่นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่เพิ่งจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 โดยเป็นรถที่บีวายดีใช้ตัวถังร่วมกับรถรุ่น “ซ้อง แม็กซ์”(Song Max) (รถของค่ายนี้มักใช้ชื่อราชวงศ์มาตั้งชื่อมีทั้งถัง ซ้อง จิ๋น ฮั่น) ซึ่งเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน  



โดยผู้ที่นำเข้ารถรุ่นใหม่ล่าสุดนี้เข้ามาในบ้านเราก็คือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี นั่นเอง เมื่อกล่าวถึงเอสซีจีคนทั่วไปอาจจะสงสัยว่าปูนฯเกี่ยวอะไรกับรถไฟฟ้าได้ ก็ต้องขอเท้าความว่าเอสซีจีมีความสัมพันธ์กับบีวายดีมานานแล้ว จากการที่เป็นผู้นำเข้า “รถงา” หรือ ฟอร์คลิฟต์พลังไฟฟ้าของบีวายดีที่มีจุดเด่นด้านการใช้แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ฟอสเฟต ที่ชาร์จไฟได้รวดเร็ว และทำให้รถงาของบีวายดี สามารถทำงานได้ถึง 3 กะในหนึ่งวัน  



จุดแข็งของบีวายดีที่แตกต่างไปจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าอื่นก็คือเป็น “ผู้ผลิตแบตเตอรี่” ที่มีการผลิตมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศจีน!และพวกเขาก็ถือสิทธิ์ในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านแบตเตอรี่ อาทิ แบตเตอรี่รุ่นใหม่ ที่มีชื่อว่า“BLADE battery” หรือเบลดแบตเตอรี่ ที่มีรูปทรงเหมือนใบมีดปังตอที่ผอม บางและมีน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่ลิเธียมแบบเดิมที่เกิดจากการนำเอาเซลล์แบตเตอรี่ขนาดเล็กมาจัดวางต่อกันอย่างที่เราคุ้นตา นอกจากเบากว่าแล้วยังสามารถจัดเรียงให้โปร่งและระบายความร้อนได้ดีกว่าทำให้ระเบิดยาก และรุ่นอี6 ใหม่นี้ก็ได้ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้อีกด้วย  



ส่วนรูปลักษณ์หน้าตานับว่ามีความร่วมสมัย สวยงามได้ใจไม่น้อย โดยสไตล์ของด้านหน้าเค้าเรียกว่า “หน้ามังกร” ดูแล้วก็ยังสงสัยว่ามังกรพันธ์ุไหนอยู่เหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วรู้สึกสบายตาในทุกมุมมอง ถือว่าเป็นพัฒนาการชนิดก้าวกระโดดจากอี6 ที่เป็นแท็กซี่ในบ้านเรา  ส่วนห้องโดยสารสวยสง่างาม โดดเด่นด้วยแผงแดชบอร์ดทรงยาว และจอสัมผัสตรงกลางที่สามารถหมุนปรับเปลี่ยนให้เป็นทรงตั้งหรือนอน ตามแต่ความถนัดของเจ้าของรถ คอนโซลกลางนั้นเป็นที่ตั้งของลูกบิดคันเกียร์ ซึ่งแน่นอนว่ามีเพียงเกียร์เดียวตามสไตล์ของรถไฟฟ้า ส่วนเบาะนั่งเบสิกไม่มีระบบไฟฟ้าใด ๆ และเบาะหลังก็ยังพับไม่ได้ แต่พื้นที่สัมภาระก็ค่อนข้างจะเหลือเฟือ  



การทดลองขับขี่พบว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้เน้นสมรรถนะเลยก็ว่าได้ เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้มานั้นมีกำลังเพียง 94 แรงม้าและแรงบิดเพียง 180 นิวตัน-เมตร เมื่อต้องแบกน้ำหนัก 1.9 ตัน (เทคโนโลยีเบลด แบตเตอรี่ ช่วยให้ลดน้ำหนักลงจากรุ่นก่อนนี้ 500 กิโลกรัมแล้ว!) แล้วก็ไม่แปลกใจว่าเหตุใดรถรุ่นนี้ถึงได้มีอัตราเร่งสุดอืดคือ 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 18 วินาที! และมีความเร็วปลายเพียง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง เท่านั้น  



แต่ทั้งหมดนี้แลกมากับ “ระยะทาง” ที่ทำได้มากถึง 522 กิโลเมตร!ซึ่งมากกว่ารถไฟฟ้าทั่วไปถึงเกือบ 2 เท่า! หากพิจารณาดูตลาดที่ทางเอสซีจีตั้งเป้าไว้คือเป็นรถใช้งานในองค์กรและรถรับจ้างประเภทแท็กซี่ ก็คิดว่าเข้าท่า เพราะตัวรถนั้นเงียบและโอ่โถงโดยเฉพาะเมื่อบีวายดีเคลมว่าแบตเตอรี่ทนทานถึงล้านกิโลเมตร!ก็เชื่อว่าค่าใช้จ่ายต่อปีนั้นคงจะต่ำกว่ารถยนต์ปกติมากทีเดียว...ถ้าสนใจดูคลิปที่ อ้วนซ่า ทดสอบรถรุ่นใหม่นี้ติดตามชมได้ทาง Youtube: Car Culture Thailand นะขอรับ!. 

เรื่อง : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น