อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

ฮูราแคน เอสทีโอ กระทิงดุตัวใหม่ของ "แลมโบกินี"

หลังจากแลมโบกินี ปล่อยไลฟ์สตรีมให้สาวกกระทิงดุได้ชมโฉม ฮูราแคน เอสทีโอ พร้อมกันแบบเรียลไทม์ทั่วโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้ ล่าสุด บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายแลมโบกินีอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ส่ง แลมโบกินี ฮูราแคน เอสทีโอ มาให้แฟนพันธุ์แท้ในไทยได้ยลโฉมคันจริงเป็นครั้งแรก จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 14.09 น.


แลมโบกินี ฮูราแคน เอสทีโอ นับเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการถ่ายทอดดีเอ็นเอจากสนามแข่งสู่ท้องถนนทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร้าใจตามแบบฉบับของรถแข่งในรูปแบบที่เหมาะ สำหรับการใช้งานบนถนนทั่วไป





ฮูราแคน เอสทีโอ ใช้เครื่องยนต์วี10 แบบเดียวกับรถ Super Trofeo ให้พละกำลังสูงสุด 640 แรงม้า และแรงบิด 565 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.0 วินาที และเบรกจาก 100-0 กม./ชม. ในระยะเพียง 30 เมตร ยิ่งไปกว่านั้นที่สำคัญคือหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวรถที่จัดการกับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยตัวถังออกแบบมาเพื่อสร้างแรงกดอากาศได้สูง และยังรีดอากาศออกจากตัวรถได้ดีในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งการนำวัสดุน้ำหนักเบามาใช้เพื่อลดน้ำหนักสูงสุดที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงอารมณ์การขับขี่เสมือนรถแข่งได้อย่างแท้จริง





ดีไซน์ภายนอกเปลี่ยนใหม่เพื่อช่วยให้อากาศไหลผ่านตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดทุกรายละเอียด ได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต และฟังก์ชันหลายส่วนได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งที่ถูกนำมาใส่ไว้ในรถคันนี้ ส่วนการนำฝากระโปรงหน้า ซุ้มล้อ และกันชนหน้าของตัวรถให้เป็นชิ้นเดียวกันน้ำหนักเบา ดีไซน์ด้านหน้าช่วยเพิ่มความเป็นมอเตอร์สปอร์ตของตัวรถได้อย่างลงตัว ช่องดักอากาศช่วยจัดระเบียบให้อากาศไหลเวียนผ่านตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้การระบายความร้อนเครื่องยนต์และยังสร้างแรงกดให้กับรถมากยิ่งขึ้นอีก บริเวณด้านหน้าติดตั้งสปลิตเตอร์หน้าใหม่ที่มีช่องระบายอากาศไปยังใต้ท้องรถจนถึงดิฟฟิวเซอร์หลังที่ช่วยลดการต้านลมเมื่อต้องการทำความเร็วในทางตรง



สปอยเลอร์หลังแบบปรับระดับได้ 3 ระดับ เพื่อให้สมดุลตามแต่ละรูปแบบของสนามได้อย่างลงตัว ระบบเบรกประสิทธิภาพสูงช่องดักอากาศเบรกหน้าใหม่ถูกดีไซน์เพื่อระบายความร้อนให้กับระบบเบรกแบบใหม่ที่พัฒนาจากรถเอฟวัน นอกจากนี้ยังสร้างแรงกดได้สูงสุดในรถคลาสเดียวกัน รวมทั้งบาลานซ์รถที่ดีที่สุดสำหรับรถขับเคลื่อนล้อหลัง ด้านโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา ด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะเดียวกันยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวถังได้เป็นอย่างดี โดยน้ำหนักตัวรถเปล่าเพียง 1,339 กิโลกรัม  ลดลงไปถึง 43 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นพิเศษ



ฮูราแคน เอสทีโอ ติดตั้งโหมดการขับขี่ใหม่ 3 โหมดคือ เอสทีโอ, Trofeo และ เพียจช่า(Pioggia) โดยโหมดเอสทีโอถูกปรับตั้งให้เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป, ส่วนโหมด Trofeo ตัวรถจะถูกตั้งค่าให้ตอบสนองกับการขับขี่บนสนามแข่งในพื้นผิวที่แห้งและโหมดการขับขี่เพียจช่านั้นตัวรถจะคอยควบคุมให้ระบบป้องกันการลื่นไถลระบบกระจายแรงบิด ระบบเลี้ยวล้อหลัง และระบบเบรกเอบีเอสให้เหมาะสมกับพื้นผิวถนนที่ ระบบเบรกได้รับการถ่ายทอดจากสนามแข่งอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีจากแบรมโบ ระบบเบรกซีซีเอ็ม-อาร์ช่วยให้การหยุดทำได้อย่างมั่นใจแม้จะถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง เบรกทนความร้อนได้มากกว่าระบบเบรกเซรามิกทั่วไปถึง 4 เท่า



ด้านการออกแบบภายในใช้วัสดุคาร์ บอนไฟเบอร์มาใช้บริเวณแผงประตูภายใน เบาะแบบสปอร์ตพร้อมแผ่นหลังจากวัสดุคาร์บอนและนำเอาวัสดุอัลคันทาร่ามาใช้ เพื่อให้สัมผัสที่กระชับมือยิ่งขึ้น พรมบริเวณพื้นรถถูกแทนที่ด้วยแผ่นอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ระบบเซฟตี้เบลท์ 4 จุดที่ยึดไว้กับคานไทเทเนียมด้านหลังเบาะที่พัฒนาร่วมกับ Akrapovic ถูกนำเข้ามาเพิ่มความปลอดภัยตามแบบฉบับรถแข่ง ฝากระโปรงหน้าของตัวรถออกแบบใหม่ให้สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้...แค่นี้ก็แรงเพียงพอที่จะทำให้แลมโบกินี ฮูราแคน เอสทีโอ ค่าตัวเริ่มต้น 29.9 ล้านบาท ก็พร้อมพุ่งทะยานไปทั้งนอกและในสนามแข่ง.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น