อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

"ไอโฟน เลิฟเวอร์"(1)ถ้าเขาจะรัก วางไว้เฉยๆ เขาก็รัก

วางขายในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับไอโฟน 12 เมื่อ 27 พ.ย. ทีผ่านมา และตอนนี้ “สาวกไอโฟน” หลายคนคงมีไอโฟนรุ่นใหม่อยู่ในมือกันแล้ว อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.36 น.


 อะไรที่ทำให้ “ไอโฟน” สามารถครองใจคนทั่วโลก รวมถึงคนไทยหลังเปิดตัวรุ่นแรกมาตั้งแต่ปี 2007 หรือปี 2550 สาวกตั้งตารอไอโฟนรุ่นใหม่ ๆ ที่เปิดตัวทุกปีถึงขนาดมีบางคนไปเข้าคิวค้างคืนหน้าช้อปแอปเปิล เพื่อรอเป็นเจ้าของไอโฟนในการเปิดขายวันแรก...มาฟังจากมุมมองของ “เอ็ม-ขจร เจียรนัยพานิชย์” ซึ่งเป็น “แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ๊อบ” และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MacThai และ MangoZero



“เอ็ม” บอกว่า คนใช้ไอโฟนจะมีภาพจำ 2 อย่าง คือ ใช้ง่ายและทนทาน ซื้อเครื่องหนึ่งใช้ได้นาน 4-5 ปี  ปัจจุบันไอโฟนที่นิยมไม่ใช่ไอโฟน 10 หรือ 11 แต่เป็นไอโฟน 7 ที่มีคนใช้ทั่วโลกมากที่สุด ซึ่งออกวางขายตั้ง 5-6 ปีมาแล้ว

“แอปเปิลซัพพอร์ตระบบปฎิบัติการที่เรียกว่าไอโอเอส (IOS) หลายปี รุ่นเก่าก็ยังสามารถอัพเดทได้ และวัสดุที่ใช้ทำเครื่องทนทานและเป็นผู้นำในเรื่องดีไซน์ที่ออกพรีเมียม และสุดท้ายเป็นเรื่องค่านิยม ถือแล้วดูโก้ จึงเป็นปัจจัยให้ไอโฟนทุกรุ่นที่ออกมาได้รับความนิยมขายดีขึ้นทุกปี ไม่มีปีไหนที่แย่ หรือแม้แต่ช่วงโควิดผลประกอบการแอปเปิลก็ดี ที่ผ่านมาไอโฟนขายได้ปีละประมาณ 200 ล้านเครื่อง รุ่นแรกจนถึงไอโฟน 11 มียอดขายไม่น้อยกว่า 2,200 ล้านเครื่องแล้ว”



กับประเด็นที่หลายคนสงสัยทุกครั้งที่เปิดตัววันแรกในต่างประเทศ รวมถึงในไทยจะมีคนไปต่อคิวล่วงหน้า ถึงขนาดไปนอนเฝ้าช้อปรอเปิดขายวันแรกนั้น ถามว่าเป็นหน้าม้าหรือเปล่า คุณเอ็มบอกว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอก แต่ปีหนึ่งแอปเปิลขายไอโฟนได้ 200 ล้านเครื่อง ถ้าต้องจ้างหน้าม้าเอาแค่ 1%  ก็ตั้ง 2 ล้านคน คงไม่มีทางจ้างได้ เท่าที่ตัวเองเคยได้ไปต่อคิวซื้อไอโฟน 10 ที่สิงคโปร์ได้คิวที่ประมาณ 200-300 ก็ต้องไปค้างคืนที่นั้น ก็ยังไม่เคยเห็นว่ามีใครเป็นหน้าม้า

“คนที่มีไอโฟนช่วงแรกจะรู้สึกว่าภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของตั้งแต่แรก ๆ ส่วนหนึ่งที่เห็นและเคยต่อคิวที่สิงคโปร์มีกว่า 400 คน ประมาณ 300 คนจะเป็นผู้ซื้อจริงและอีก 100 คน อาจเป็นการซื้อไปขายต่อ แต่ว่าต่อให้แอปเปิลพยายามผลิตมามากแค่ไหนในวันแรกก็จะขายหมดในล็อตแรก ถ้าไม่สามารถซื้อได้ต้องรอไปอีก 3-4 สัปดาห์ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งทำไมคนต้องการเป็นเจ้าของในวันแรกที่วางขาย”

อย่างไรก็ตาม แอปเปิลมีจุดเด่นอย่างหนึ่งคือ หากทำอะไรก่อนเจ้าอื่นจะเป็นอะไรที่ล้ำมาก กับถ้าทำหลังคนอื่นก็จะเป็นอะไรที่ใช้ได้จริง เช่น ไอโฟน 4 เปิดตัว สิริ ที่เป็นการสั่งด้วยเสียง พูดกับมือถือได้ ก็เป็นคนแรกที่ทำ แอปเปิลตัดสายหูฟังออกจากไอโฟน 7 ก็เป็นเจ้าแรก ตอนนี้โทรศัพท์มือถือหลาย ๆ แบรนด์ ก็เอาหูฟังออกกับบางสิ่งที่ทำหลังคนอื่น เช่น ฟังก์ชันสแกนใบหน้าไม่ได้ทำคนแรก แต่เป็นระบบที่ใช้งานได้จริงและล้ำที่สุด จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทำได้ดีเท่าแอปเปิล เพราะอย่างไอโฟน 10 สามารถสแกนใบหน้าได้ตอนกลางคืนใส่หน้ากากมาหลอกสแกนก็ยังไม่ได้  แอปเปิลจึงเป็นบริษัทที่ถ้าจะทำต้องใช้งานได้จริง



สิ่งที่ไอโฟนแตกต่างจากโทรศัพท์มือถือแบรนด์อื่น ๆ อีกอย่างก็คือเรื่องราคาขายที่สูงและยืนราคาเดิม ตั้งแต่เปิดตัวจนกว่าจะออกรุ่นใหม่ถึงลดราคา เรื่องนี้คุณเอ็ม บอกว่าเพราะแอปเปิลมองตัวเองเป็นพรีเมียมแบรนด์ เราไม่เคยเห็นแอปเปิลออกมาประกาศว่าเซลส์ 50% แอปเปิลมีนโยบายนี้ทั้งโลก โดยที่ค่ายมือถือไม่สามารถติดราคาเซลส์เองได้ การทำแบบนี้ทำให้แบรนด์ดูมีแวลลู มีราคาเป็นเทคนิคเดียวกับหลุยส์ วิตตอง ที่เป็นแบรนด์หนึ่งไม่เคยลดราคาสินค้า

แต่ไม่ใช่ว่าแอปเปิลไม่แคร์ลูกค้าหากช่วงไหนที่ขายไม่ดีก็จะออกรุ่นใหม่มาที่มีราคาไม่แพง เช่น ปีที่แล้วไอโฟน 11 ก็ขายดีแต่อาจไม่ถึงยอดเป้าหมาย อาจเพราะมีโควิดด้วย ช่วงต้นปีจึงออกไอโฟน เอสอี (se) ซึ่งมีราคาประมาณ 1.7-1.8 หมื่นบาท ทำให้แทนที่จะต้องซื้อไอโฟนราคา 3 หมื่นบาท ก็จ่ายถูกลงเป็นเทคนิคหนึ่งโดยที่ไม่ต้องลดราคาไอโฟนลง แต่ออกตัวใหม่มาให้คนเลือกแทน

เมื่อเปิดตัวไอโฟน 12 ออกมาไอโฟนบางรุ่นก็จะเลิกขายเลย เช่น ไอโฟน XS เลิกขาย เพราะกลัวราคาตกถือเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง ซึ่งแบรนด์อื่นทำไม่ได้เพราะระบบซัพพลายเชนไม่ดีเท่าแอปเปิล เช่น สมมุติขายมือถือปีละ 200 ล้านเครื่องทำให้ต้องสต๊อกของเป็นล้าน ๆ แต่แอปเปิลมีอายุสินค้านับเป็นชั่วโมง สมมุติมีคำสั่งซื้อเข้ามาก็จะผลิตตามที่สั่ง ทำให้ไม่ต้องมีของบนชั้นวางสินค้าจำนวนมากแต่แบรนด์อื่นเมื่อมีสินค้าบนชั้นวางมาก รุ่นใหม่จะออกมา ของเก่าที่ผลิตแล้วจะทำอย่างไร ก็ต้องลดราคาลง

ถือเป็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่น่าสนใจแต่เรื่องราวของแอปเปิลและไอโฟนยังไม่จบแค่นี้ อาทิตย์หน้ามาติดตามอ่านกันต่อว่าไอโฟน 12 มีจุดเด่นอย่างไร และจะปังปุริเย่มั้ยในตลาดไทย.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 107