อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

สสช. ชู "บิ๊ก ดาต้าน้ำ" ช่วยประเทศแก้ปัญหาน้ำได้ตรงจุด

ก.ดีอีเอส ชูผลสำเร็จ "บิ๊กดาต้าน้ำ" ทุกภาคส่วนช่วยบูรณาการข้อมูลร่วมกัน มั่นใจนำไปใช้งานได้จริง ส่งมอบข้อมูลให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นำไปต่อยอด อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.34 น.


เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ขณะนี้โครงการจัดเก็บข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานระดับพื้นที่ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ในลุ่มน้ำทั่วประเทศ จำนวน 25 ลุ่มน้ำ ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาระบบข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ พ.ศ. 2555-2564 ของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ที่เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2558 ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลครบถ้วนแล้ว

โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สามารถนำไปใช้วิเคราะห์และวางแผนการบริหารจัดการน้ำลงลึกในระดับตำบลได้ รัฐบาลจะทราบความต้องการใช้น้ำและวางแผนงบประมาณและโครงการส่งเสริมการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า รู้ว่าพื้นที่ไหนแล้งบ้าง และคาดการณ์แผนบริหารจัดการน้ำในอนาคตได้อย่างถูกต้อง

อย่างรก็ตาม โครงการนี้ถือเป็นโครงการตัวอย่างในการทำบิ๊ก ดาต้า ด้านทรัพยากรน้ำ ด้วยการบูรณาการข้อมูลน้ำจากทุกภาคส่วน ทั้ง หน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนอย่างแท้จริง ที่มาจากความร่วมมือที่ให้ข้อมูลร่วมกัน การสำรวจลงพื้นที่จริงเพื่อให้ได้ข้อมูลถูกต้องที่สุด ซึ่งนับจากนี้ข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต้องมีการอัปเดทอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบข้อมูลใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำ เช่น ข้อมูลการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ การสร้างฝาย หรือ เขื่อน เพิ่มเติม เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์น้ำได้อย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพและแม่นยำ

ทั้งนี้ โจทย์ที่ต้งทำต่อไปคือ เมื่อรัฐบาลมีข้อมูลด้านน้ำของทั้ง 25 ลุ่มแม่น้ำด้วยการบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนเข้ามาด้วยกัน จะทำอย่างไรให้ข้อมูลมีการอัปเดทอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ข้อมูลไม่นิ่ง และการคาดการณ์ไม่คลาดเคลื่อน และไม่ต้องมีการตั้งโครงการใหม่ หรือ ตั้งงบประมาณใหม่ ซึ่งหน้าที่หลักที่ต้องดันโครงการต่อจะขึ้นอยู่กับสำนักงานทรัพยากรน้ำว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป 

"โครงการนี้ใช้งบประมาณ  600 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. จ้างทีปรึกษา 46 ล้านบาท 2. จัดซื้อแท็บเล็ตจำนวน 20,500 เครื่อง ราว 130 ล้านบาท เมื่อจบโครงการได้นำแท็บเล็ตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ต่อ 3. การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และการจ้างงานเจ้าหน้าที่ คุณมาดี 4 เดือน จำนวน 20,000 คน ประมาณ 400 ล้านบาท 

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีดัชนีชี้วัดการจัดการน้ำ 8 ข้อ คือ 1.ต้นทุนทรัพยากรน้ำทั้งน้ำผิวดินน้ำบาดาล 2.การจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ครัวเรือนสถานที่ราชการ 3.วัดความมั่นคงของน้ำ เพื่อการพัฒนาเพื่อใช้ในการเกษตรอุตสาหกรรมบริการและพลังงาน 4.ความสมดุลของน้ำต้นทุนและการใช้น้ำ 5.การจัดการคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อม 6.การจัดการภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำท่วม น้ำแล้งและน้ำเสีย 7. การจัดการและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และ 8. การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%