อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563

อินเว้นท์ร่วมลงทุนในนินจาแวนสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์

อินเว้นท์ ลงทุนรอบ Series D  ในนินจาแวน ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับกระแสการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ พฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.30 น.

เมื่อวันที่  21 พ.ค. อินเว้นท์ (InVent) โครงการธุรกิจร่วมลงทุนภายใต้บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงทุนกับ นินจาแวน (Ninja Van) ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังระดมทุนรอบ Series D  ได้เงินลงทุนกว่า 279 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 8,370 ล้านบาท การระดมทุนในครั้งนี้นอกจาก InVent  ยังมีนักลงทุนชั้นนำอื่นๆ ร่วมทุนด้วย เช่น GeoPost SA และ Grab

ดร.ณรงค์พนธ์  บุญทรงไพศาล  หัวหน้าโครงการบริษัทร่วมทุนอินเว้นท์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  เป็นก้าวสำคัญของอินเว้นท์ในการลงทุนด้านโลจิสติกส์ สอดรับกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทั้งในไทย และต่างประเทศ ซึ่งนินจาแวนเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่เน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในทุกขั้นตอนของการขนส่งให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และช่วยในการขับเคลื่อนทางธุรกิจ

ทั้งนี้จากรายงานของ e-Conomy SEA 2019 พบว่าจากปี 2558 ถึงปี 2562 ยอดขายของตลาดอีคอมเมิร์ซ( e-commerce) เติบโตขึ้น 62% ส่วนยอดขายในไทยเติบโตขึ้น 54% ปัจจัยสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อของผ่านออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ยอดจัดส่งพัสดุโดยรวมมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นกว่า 4 ล้านชิ้นต่อวัน ทำให้ธุรกิจขนส่งพัสดุของไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องราว 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ


“อินเว้นท์ คาดหวังว่าการร่วมทุนในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ให้สามารถขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มยอดขายได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19  ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมมาซื้อของผ่านออนไลน์กันมากขึ้น ซึ่งเป็น new normal ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ และอี-คอมเมิร์ซ ทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

นายวีรชัย ชูสกุลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นินจาแวน ประเทศไทย  กล่าวว่า นินจาแวน ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ในปี 2557 โดย Lai Chang Wen ปัจจุบันให้บริการครอบคลุมใน 6 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย  ซึ่ง นินจาแวน เริ่มให้บริการในประเทศไทย ในปี 2559 เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์  จากความต้องการใช้งาน ด้านอี-คอมเมิร์ซ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนี่อง

 

โดยนินจาแวน ประเทศไทย เน้นการให้บริการที่ใช้โซลูชั่นโลจิสติกส์ที่ทันสมัยเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมีบริการเรียกเข้ารับพัสดุแบบ smart pickup ผ่านทางแอพพลิเคชัน Lineman เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับร้านค้า  ใช้ระบบการเชื่อมต่อระบบการจัดการโลจิสติกส์กับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพื่อจัดรถเข้ารับพัสดุให้ทันภายใน 90 นาที   ในด้านของการคัดแยกและการส่งพัสดุถึงปลายทาง  พนักงานสามารถ สแกนและคัดแยกได้อย่างรวดเร็วแค่ยิงบาร์โค้ดบนตัวกล่องพัสดุก็จะแสดงปลายทางจัดส่ง   

นอกจากนี้ยังนำ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้พนักงานจัดส่งสามารถรับมือกับปริมาณพัสดุที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนปลายทาง  ผู้ส่งสามารถเช็คการจัดส่งสินค้าได้โดยใช้โซลูชั่นที่พัฒนาขึ้นโดยนินจาแวนในการติดตามและวางแผนการจัดส่งพัสดุแบบเรียลไทม์



นายวีรชัย   กล่าวอีกว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเตรียมและพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับตลาดอี-คอมเมิร์ซซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว   ซึ่งเชื่อว่าตลาดโลจิสติกส์ยังมีอีกหลายจุดที่สามารถใช้ระบบเทคโนโลยีมาช่วยในการขนส่งเพื่อให้การทํางานนั้นง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น    

โดยแผนพัฒนาธุรกิจต่อจากนี้ นอกเหนือจากการพัฒนาประสิทธิภาพการขนส่งให้ดียิ่งขึ้น  แล้วนินจาแวนทั้ง 6 ประเทศ ยังมุ่งสร้างระบบนิเวศ ด้วยบริการใหม่ Ninja Direct ที่เป็น one stop service สำหรับ SMEs ทั้งการขนส่งในประเทศ การสั่งซื้อสินค้า รวมถึงการเปิดโอกาสทางธุรกิจสู่อาเซียน ตามวิสัยทัศน์ของการเชื่อมต่อทุกธุรกิจสู่โอกาสการเติบโตที่ไร้ขอบเขต  

นอกจากนี้ นินจาแวนจะขยายโซลูชั่นการขนส่งให้ครอบคลุมธุรกิจแบบ B2B และองค์กรอื่นๆ เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยอำนวยความสะดวกของทุกขั้นตอนในการขนส่ง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33