อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

LINEเผยกลยุทธ์2020 ตั้งเป้าแพลตฟอร์มคอนเทนต์เจ้าแรกในอาเซียน!

“Line ประเทศไทย” เผยแผนกลยุทธ์ในปี2020 ตั้งเป้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เจาะกลุ่มคนเมืองทั้งประเทศ พร้อมขยายบริการตรงสู่อาเซียนเป็นเจ้าแรก! พุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.57 น.


เมื่อวันที่ 19 ก.พ. LINE ประเทศไทยจัดงาน “LINE Nexplosion 2020” ในการแสดงวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้บริการคอนเทนต์ออนไลน์ พร้อมตั้งเป้ายกระดับคอนเทนต์ไทยสู่อาเซียน โดย ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) เผยถึงวิสัยทัศน์ “Life on LINE” และกลยุทธ์ทางธุรกิจคอนเทนต์ออนไลน์ว่า ปัจจุบัน LINE ยังคงครองแชมป์การเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งในปัจุบัน LINE มีทั้ง LINE TV ที่มีผู้ใช้งาน 5.8 พันล้านครั้ง เข้าถึงผู้ใช้งาน 40 ล้านคน และ LINE TODAY 11,700 พันล้านคน เข้าถึง 45 ล้านคน

โดยเรายึดหลักสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดธุรกิจคอนเทนต์ออนไลน์ของประเทศไทยให้มีคุณภาพและแข่งขันในตลาดโลกได้ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจคอนเทนต์ของ LINE มีการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดและเราได้พบพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของคนดูรูปแบบใหม่นั้นคือ Missing Out “Now” is My Option คือการที่ผู้บริโภคในปัจจุบันจริงๆแล้วไม่ต้องการพลาดคอนเทนต์ดังๆและเป็นกระแสแต่ต้องการเป็นผู้เลือก



ในปี 2563 นี้ถือเป็นทศวรรษใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย  LINE TV และ LINE TODAY สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ LINE ยิ่งมันใจที่จะพัฒนาและยกระดับคุณภาพและบริการด้านคอนเทนต์ให้ตอบทุกโจทย์และความสนใจของผู้ใช้งานยุคใหม่ที่เติบโตและมีไลฟ์สไตล์บนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยตั้งเป้าสู่ความสำเร็จในระยะ 3 ปี

ด้านนายกณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ เผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับ LINE TODAY พบว่ามีผู้อ่านกลุ่มอายุ 25-34 ปีเข้ามาอ่านคอนเทนต์มาถึง 41% อันดับ2 คืออายุ 45 ปี ขึ้นไปถึง22% จะเห็นได้ว่าจากตัวเลขดังกล่าวนั้นเป็นคนทุกกลุ่มที่เข้ามาอ่าน โดยอ่านจบมากถึง 60 % คิดเป็น 36,000 บรรทัด โดยในปีนี้จะมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ประสบการณ์ของผู้บริโภค ผ่านAIที่สามารถประเมินได้ว่าผู้ใช้ต้องการอะไรและมีการแนะนำข้อมูลที่มีประโยชน์ในแต่ละวัน



ส่วน LINE TV นั้นตอนนี้ มีผู้ใช้งาน 40 ล้านคนที่ใช้งานเฉลี่ย 176 นาทีต่อวัน โดยผู้ใช้งาน 87% ก็ใช้งานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี2018 เรามีLINE TV Original รวมแล้วกว่า 72 เรื่อง โดยเป็นกลุ่มผู้ชมผู้หญิงราว 60% แต่ในปีนี่ เราจะเน้นคอนเทนต์ไปทางอนิเมชั่น กีฬารวมไปถึงซิทคอมเพิ่มเข้ามา เพื่อรองรับความสนใจของผู้ชายให้มากขึ้น โดยในปีนี้จะมีซีรีย์ทั้งหมด 6 เรื่อง และจะขยายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเป็นแพลตฟอร์มคอนเทนต์อันดับ1 ภายในปี 2565 รวมทั้งจะมีการร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ต่างๆให้สามารถรับชมผ่านสมาร์ททีวีจอที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งอนาคตก็จะพัฒนาในจุดนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป



ทั้งนี้ ในด้านการโฆษณาของLINE นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพานิชย์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาธุรกิจคอนเทนต์ออนไลน์มียอดการใช้จ่ายโฆษณาที่ขยายตัวอย่างมาก ในส่วนของ LINE TV มีมูลค่าการลงโฆษณาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสะสม 67% ต่อปีและส่วนของ LINE TODAY เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ยอดเฉลี่ยสะสมเพิ่มขึ้นสูงถึง 150% ต่อปีโดยที่ผ่านมา LINE TV มีสถิติการดูโฆษณาจนจบสูงกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดถึง 200% เท่ารวมถึงอัตราการมองเห็นโฆษณา (Viewability) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด 24% และอัตราการคลิก (CTR) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 52% เป็นผลทำให้ผู้ชมเกิดความตั้งใจในการซื้อสินค้ามากถึง 49%

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงโฆษณาสูงสุดบน LINE TV ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มความงามและสุขภาพรวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการเติบโตสูงสุดในการลงโฆษณา ได้แก่ อีคอมเมิร์ซ ตามมาด้วยกลุ่มมีเดียและความบันเทิงและกลุ่มประกันภัย และสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงโฆษณาสูงสุดบน LINE TODAY ได้แก่ กลุ่มยานยนต์กลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร และกลุ่มอีคอมเมิร์ซส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการเติบโตสูงสุดในการลงโฆษณา ได้แก่ องค์กรภาครัฐและพลังงาน ตามมาด้วยกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 



สำหรับกลยุทธ์สำคัญนั้น LINE TV จะเป็นการมุ่งเน้นการสร้าง “ Quality Reach” เพื่อช่วยให้นักการตลาดสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้นในเวลาเดียวกันจะมุ่งเน้นการสร้าง Quality Impact เพื่อตอกย้ำการเป็น “ พอร์ทัลออนไลน์สำหรับการอ่านข่าวสารและบทความคุณภาพอันดับหนึ่งของไทย” โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนให้ผู้อ่านสามารถเป็นลูกค้าให้กับผู้ลงโฆษณาได้มากขึ้นซึ่งเมื่อนำผลลัพธ์ของทั้งสองส่วนมารวมกันจะสามารถส่งเสริมให้เกิด “Quality Conversion” หรือเกิดเป็นการซื้อขายจริงซึ่งจะช่วยเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับนักการตลาดและนักโฆษณาได้อย่างสมบูรณ์...
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 74