อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563

'กลุ่มสามารถ' ตั้งเป้าปี 63 รายได้รวม 20,000 ลบ.

"กลุ่มสามารถ" ตั้งเป้าปี 63 มีรายได้รวม 20,000 ล้านบาท เดินหน้าใช้กลยุทธ์ “Unlimited Solutions” หลังพลิกฟื้นและวางรากฐานธุรกิจใหม่  ศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 เวลา 15.13 น.


เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นและวางรากฐานธุรกิจใหม่ของกลุ่มสามารถ มีการสร้างผลงานเด่นๆที่จะเป็นโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคตทั้งธุรกิจด้าน Banking Solutions ในการทำระบบ Core Banking ให้กับแบงก์ธอส. และแบงก์เอสเอ็มอี, โครงการระบบคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลัก ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มีมูลค่าถึงกว่า 5,000 ล้านบาท, โครงการสถานีไฟฟ้าย่อย และการนำสายไฟลงดินของ บริษัท เทด้า ที่มีงานใน มือแล้วประมาณ 3,500 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้ในปีนี้ คือ Digital Trunk Network ที่ติดตั้งเครือข่ายครอบคลุมไปแล้วประมาณ 90% ซึ่งจะเป็นโอกาสในการจำหน่ายเครื่อง Digital Trunk Radio เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจไซเบอร์ ซีเคียวลิตี้ได้มีการเปิดตัวบริษัท ซีเคียวอินโฟ อย่างเป็นทางการ โดย IBM ให้เป็นพันธมิตรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยนำเทคโนโลยี Watson AI มาใช้ จึงมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 40-50% โดยจะเป็นงานของสายธุรกิจ ICT มากถึง 9,500 ล้านบาท

สำหรับปี63 นี้ มั่นใจว่าจะเป็นปีแห่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยชูกลยุทธ์นำเสนอโซลูชั่น และเทคโนโลยีที่หลากหลายจากปัจจัยที่มาจาก นโยบายภาครัฐที่จะก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ด้วยการส่งเสริมด้านเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตและการแข่งขัน ทั้ง E-Public Services, Critical Infrastructure, ไซเบอร์ ซีเคียวลิตี้, กรีน เทคโนโลยี และ Human Transformation



ทั้งนี้ ตั้งเป้ารุกธุรกิจโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเอสเอ็มอี ฯลฯ รวมมูลค่ากว่า 3,000-4,000 ล้านบาท, โครงการระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (CUTE) และระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ที่มีมูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท, ไซเบอร์ ซีเคียวลิตี้ เฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจต่างๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการที่ พรบ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ 2562 จะบังคับใช้กับหน่วยงานต่างๆ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงมีทั้งหน่วยงาน ภาครัฐและเอกชน รวมมูลค่า 200-300 ล้านบาท เน็ตเวิร์ค โซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับ Nationwide Fiber Optic, IP Telephony จากกระทรวงมหาดไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย และอื่นๆ กว่า 2,000 ล้านบาท

2.กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ โดยปี62 กลุ่มสามารถมีรายได้ประจำอยู่ที่ 5,400 ล้านบาท และใน ปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 6,200 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น โครงการของสายธุรกิจ ICT ที่คาดว่าปีนี้จะมีโอกาสเข้าร่วมประมูล อีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท อาทิ โครงการกับการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาค บมจ.ท่าอากาศยานไทย ธนาคารและสถาบันการเงิน เป็นต้น 3.กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง ที่นอกจากเราลงทุนในธุรกิจสถานีไฟฟ้าย่อยและการนำสายไฟลงดิน รวมถึงธุรกิจด้านพลังงานแล้ว

"ปี 2563 นี้กลุ่มสามารถจะนำบริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงไตรมาส 2 คือ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) ที่ดำเนินธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจการจราจรทางอากาศหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการจราจรทางอากาศ ปีนี้จะเห็นความคึกคักในการมาของ 5G ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและพลิกโฉมเศรษฐกิจอีกครั้ง การรับส่งข้อมูลระยะไกลจะรวดเร็วแม่นยำขึ้น ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก IoT ได้อย่างเต็มศักยภาพ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น สาธารณสุข การขนส่ง ความมั่นคง ระบบการเงินรูปแบบใหม่ๆ ซึ่ง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะส่งผลต่อโอกาสทางธุรกิจ ของกลุ่มสามารถ บริษัทฯ จึงตอบรับความท้าทายอย่างมั่นใจด้วยการตั้งเป้ารายได้ในปี63 เราจะ เติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ประจำและการ เติบโตแบบยั่งยืน โดยตั้งเป้ารายได้ในปี 2563 ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท”นายวัฒน์ชัย กล่าว


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 54