อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

แนะรัฐบาลกำจัดรถเก่าควรซื้อใหม่-รถยนต์ไฟฟ้ายังนิ่ง

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย จัดเสวนาวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “2020 ทิศทางยานยนต์ไทย คิด..ทำ..ปรับตัว?” คาดการณ์ตัวเลขส่งออกปี 2563 อยู่ที่ 2 ล้านคัน ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เสนอเก็บค่าธรรมเนียมรถเก่าเพิ่ม ให้ส่วนลดซื้อใหม่ พุธที่ 4 ธันวาคม 2562 เวลา 11.02 น.


ครรชิต ไชยสุโพธิ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า "ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์สามารถผลิตได้ถึงปีละ 2,000,000 คัน ปีนี้ยอดขายเดือนมกราคม - ตุลาคม 2562 มียอดขาย 838,968 คัน ส่วนเดือนพฤศจิกายนยอดขายประมาณ 77,000 คัน รวม 11 เดือนยอดขายประมาณ 915,968 คัน เดือนธันวาคมเป็นช่วงการขายน่าจะขายได้กว่า 100,000 คัน เพราะมีงานมอเตอร์เอ็กซ์โปด้วยดังนั้นปีนี้น่าจะมียอดขายรวมกว่า 1,000,000 คัน ใกล้เคียงปีที่แล้ว และการผลิตรวมก็น่าจะได้กว่า 2,000,000 คัน  และขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอถึงกรมสรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับควบคุมการใช้รถเก่าที่ไม่มีการบำรุงรักษา เช่น เก็บค่าธรรมเนียมรถเก่าอายุเกินกว่า 10 ปี หรือมีมาตรการสนับสนุนให้ซื้อรถใหม่ โดยผู้ใช้รถยนต์สามารถนำซากรถเก่ามาแยกชิ้นส่วนหรือรีไซเคิล เพื่อนำไปเป็นส่วนลดในการซื้อรถใหม่  ซึ่งหากเป็นไปได้ก็จะช่วยลดมลพิษบนท้องถนน และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นและเห็นชัดในอนาคตนั้น มองว่า น่าจะทยอยเข้ามาในลักษณะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ใช้เป็นรถยนต์คันที่สอง แต่การใช้งานจริง 7 วัน 1 สัปดาห์นั้นคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง  และในปี 2563 สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนน่าจะดีกว่านี้ ค่าบาทปรับตัวดีทำให้การส่งออกรถยนต์น่าจะอยู่ที่ 1 ล้านคันเท่ากับปีนี้ ขณะที่ตลาดในประเทศน่าจะมียอดจำหน่ายใกล้เคียงกับปี 2562 ทำให้ตลาดรถยนต์ปีหน้าน่าจะอยู่ที่ 2 ล้านคัน ส่วนปัจจัยที่น่าจะกระทบคือการกีดกันทางการค้าของเวียดนามที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์ของไทย"



ครรชิต ไชยสุโพธิ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า "ในส่วนของยอดผลิตรวมทั้งหมดเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 15% ซึ่งหากไทยสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเทคโนโลยีได้เทียบเท่าต่างประเทศ จะส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ใช้ไทยเป็นฐานการลงทุน ส่วนผลกระทบของอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดจากค่าบาทที่แข็งค่า สงครามการค้า ฝุ่น PM2.5 มาตรฐานยูโร 5 และ 6 การสร้างกำแพงภาษีของเวียดนามและฟิลิปปินส์ รวมทั้งนโยบายการส่งเสริมการลงทุนซึ่งภาครัฐควรกำหนดแผนให้สามารถปรับตัวให้รวดเร็วขึ้น

ด้าน  อดิศักดิ์  โรหิตะศุน รักษาการผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์  กล่าวว่า "หากมองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยปัจจุบัน ยังไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากราคายังสูง ลูกค้าเอื้อมถึงยากไม่เหมือนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อีกทั้งระบบสาธารณูปโภคยังไม่สะดวก ประกอบกับการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสำหรับชาร์จยังไม่มีความชัดเจน ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไม่มั่นใจหากต้องขับรถยนต์ไฟฟ้าออกนอกพื้นที่กทม."


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    7%
  • ไม่เห็นด้วย
    93%

บอกต่อ : 74