อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563

กูเกิลเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำบนโลกดิจิทัลให้คนไทย

กูเกิลจัด Google for Thailand  ปีที่2 ย้ำไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลัง เดินหน้าเพิ่มความเท่าเทียมบนโลกดิจิทัล ทั้งขยายจุดไวไฟฟรีทั่วประเทศ ต่อยอดงานวิจัยด้วยเอไอ และเปิดแอพใหม่พัฒนาทักษะดิจิทัลให้คนไทย พร้อมหนุนเอสเอ็มอี พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 21.10 น.

วันนี้( 14 พ.ย.2562 ) ที่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท  ถนนวิทยุ  กูเกิล ประเทศไทย จัดงาน  “Google for Thailand” ขึ้น  เป็นปีที่ 2  โดยมี ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วยนายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน  ผู้อำนวยการโครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงผู้บริหารจาก Google   เข้าร่วมงาน

          ดร. สมคิด กล่าวเปิดงานว่า มางานวันนี้เพื่อขอบคุณกูเกิ้ล ที่ได้ให้สัญญาไว้เมื่อ1-2 ปีที่ผ่านมา  โดยตนเองได้ขอกูเกิลใน 2เรื่อง ซึ่งข้อแรกคือ การทำให้ดิจิทัลเป็นของคนทุกคน ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  ซึ่งนโยบายสำคัญของรัฐบาลคือ ประเทศไทย4.0 ที่เชื่อว่าเทคโนโลยีมาเร็ว ถ้าไม่ปรับตัวไปสู่ดิจิทัลเทคโนโลยี   จะตามเขาไม่ทัน ทั้งนี้ ดิจิทัลจะทำให้เกิดนวัตกรรมเกิดผู้ประกอบการใหม่ที่สามารถสร้างงานสร้างรายได้  โมเดลธุรกิจในอนาคตจึงไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจใหญ่แต่อยู่ที่ บริษัทเล็ก ๆ ที่ก่อตั้งขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จากคนธรรมดาที่รู้จักใช้เทคโนโลยี ให้เกิดประโยชน์  ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มองธุรกิจอย่างเดียว แต่มองไปถึงชีวิตของทุกคนด้วย  ซึ่งปัญหาใหญ่สุดของเมืองไทยขณะนี้คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำ    และความไม่เท่าเทียมกันด้านโอกาสในการเข้าถึงสิ่งต่าง ๆ
           “สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมบอกกูเกิลว่าผมอยากเห็นกูเกิ้ลมาช่วยประเทศไทยมาพัฒนาในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านศึกษา สาธารณสุข  การแนะนำแหล่งท่องเที่ยว และในด้านของการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น   ซึ่งทุกอย่างที่อธิบายมา เราเปิดรับแนวร่วมจากมิตรประเทศไม่ใช่เฉพาะจีนหรืออเมริกา  แต่ทุก ๆ ประเทศที่มาเป็นเพื่อนของเรา และในวันนี้ กูเกิลก็มาทำตามสัญญา    ผมดีใจจริง ๆ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลลงทุนเยอะมากในการทำอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน  อินเทอร์เน็ตไปถึงทุกหมู่บ้านแต่เรายังไม่สามารถเปลี่ยนจากอินเทอร์เน็ตไปสู่สิ่งที่เราต้องการอย่างแอพพลิเคชั่น   สิ่งแวดล้อม หรือว่าสาธารณสุข  กูเกิลมาต่อยอดตรงนี้  คือสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ  ส่วนข้อที่ 2  ที่อยากให้กูเกิลพิจารณาการลงทุนในประเทศไทย ให้มาตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน    ขณะนี้ก็ยังรอคำตอบอยู่”  

            ด้าน“สเตฟานี่  เดวิส” กรรมการผู้จัดการ Google เอเชียตะวันออกเฉียงใต้   กล่าวว่า กูเกิลมีพันธะสัญญาว่าจะไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลังหรือ  Leave No Thai Behind ซึ่งมุ่งมั่นที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในโลกดิจิทัล     โดยโครงการริเริ่มของ กูเกิลสำหรับประเทศไทยจะครอบคลุมพันธกิจหลักใน  4 ด้านคือ  การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี  การส่งเสริมทักษะดิจิทัล   การพัฒนาเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  ซึ่งกูเกิล ได้พัฒนาโครงการริเริ่มเหล่านี้ และจะขยายรายละเอียดในเชิงลึกมากขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยทุกคนจะเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียมและสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสที่มีอยู่อย่างมหาศาลในยุคดิจิทัล 

              ทั้งนี้ในส่วนของการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีนั้น กูเกิล ได้ประกาศขยายการให้บริการ Google Station  ซึ่งเป็นบริการ WiFi ฟรีที่เปิดตัวในไทยเมื่อปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดได้ให้บริการครอบคลุมสถานที่ต่างๆเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 10 แห่งเป็น กว่า 100 แห่งทั่วไทย ทั้งในตลาด ศูนย์การค้า สนามบิน และสถานีขนส่งมวลชนหลักของประเทศที่เชื่อมต่อผู้คนไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วประเทศ


               ส่วนการส่งเสริมทักษะดิจิทัล   “ไมค์  จิตติวาณิชย์”  หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย เปิดเผยว่า  กูเกิลได้เปิดตัว  2 แอพพลิเคชันใหม่สำหรับการพัฒนาทักษะดิจิทัลของคนไทยโดยเฉพาะ  ภายใต้โครงการระดับโลกของ Google ที่มีชื่อว่า “Grow with Google”  ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยแอพพลิเคชันแรกมีชื่อว่า “Primer” ประกอบไปด้วยบทเรียนง่ายๆ สำหรับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางธุรกิจและการตลาดดิจิทัล และอีกแอพพลิเคชันคือ “Skillshop” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีเลิร์นนิงเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Google
                และได้ประกาศเปิดตัวโครงการ “Be Internet Awesome” ที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้กับเด็กๆ เกี่ยวกับการท่องโลกออนไลน์อย่างมั่นใจและปลอดภัย ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้เปิดตัวโครงการ Be Internet Awesome ในภาษาของตัวเอง

                 สำหรับการพัฒนาเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  “Dr. Fred Hersch”  ผู้จัดการโครงการของ Google Health    กล่าวว่า  กูเกิลจะขยายงานวิจัยที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ในการคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy) ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 4.5 ล้านราย ในขณะที่ทั้งประเทศมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เพียง 1,500 คน   ซึ่งไม่เพียงพอ กูเกิลจึงร่วมมือกับโรงพยาบาลราชวิถี สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวง พัฒนางานวิจัยดังกล่าวขึ้น ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา    และจะขยายงานวิจัยในคลินิกเพิ่มขึ้นจาก 1 แห่งเป็น 8 แห่ง ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี และเชียงใหม่ 

                นอกจากนี้กูเกิลยังได้เปิดตัวโปรเจ็คต์ใหม่บน  Google Arts & Culture ที่มีชื่อว่า “Hidden Fruits” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ 5 ของนิทรรศการวังหน้า เพิ่มเติมจาก 4 เรื่องราวที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยกูเกิล ได้ทำงานร่วมกับกรมศิลปากรอย่างใกล้ชิด ภายใต้การสนับสนุนจากท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และใช้กล้อง Art Camera บันทึกภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ให้เป็นไฟล์ภาพที่มีความละเอียดสูงขนาด “ กิกะพิกเซล” ซึ่งมีความละเอียดมากกว่าหนึ่งพันล้านพิกเซล ทำให้คนไทยสามารถชื่นชมรายละเอียดที่สวยงามและสลับซับซ้อนของภาพจิตรกรรมอันล้ำค่านี้ได้อย่างเต็มตาผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์

                  ด้านการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีไทยให้มีตัวตนบนโลกออนไลน์ มากขึ้น   กูเกิล ได้ประกาศความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการธงฟ้าและเป็นสมาชิกเว็บไซต์ Thaitrade.com ลงทะเบียนและยืนยันบัญชี Google My Business ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจปรากฏบน Google Search และ Google Maps โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  นอกจากนี้ กูเกิลยังได้ประกาศขยายความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีลงทะเบียนใช้งาน Google My Business ผ่านแอพพลิเคชัน SCB Easy ได้ตั้งแต่สิ้นเดือนพ.ย.นี้เป็นต้นไป
 
  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 65