อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

กูเกิลเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำบนโลกดิจิทัลให้คนไทย

กูเกิลจัด Google for Thailand  ปีที่2 ย้ำไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลัง เดินหน้าเพิ่มความเท่าเทียมบนโลกดิจิทัล ทั้งขยายจุดไวไฟฟรีทั่วประเทศ ต่อยอดงานวิจัยด้วยเอไอ และเปิดแอพใหม่พัฒนาทักษะดิจิทัลให้คนไทย พร้อมหนุนเอสเอ็มอี พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 21.10 น.

วันนี้( 14 พ.ย.2562 ) ที่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท  ถนนวิทยุ  กูเกิล ประเทศไทย จัดงาน  “Google for Thailand” ขึ้น  เป็นปีที่ 2  โดยมี ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วยนายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน  ผู้อำนวยการโครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงผู้บริหารจาก Google   เข้าร่วมงาน

          ดร. สมคิด กล่าวเปิดงานว่า มางานวันนี้เพื่อขอบคุณกูเกิ้ล ที่ได้ให้สัญญาไว้เมื่อ1-2 ปีที่ผ่านมา  โดยตนเองได้ขอกูเกิลใน 2เรื่อง ซึ่งข้อแรกคือ การทำให้ดิจิทัลเป็นของคนทุกคน ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  ซึ่งนโยบายสำคัญของรัฐบาลคือ ประเทศไทย4.0 ที่เชื่อว่าเทคโนโลยีมาเร็ว ถ้าไม่ปรับตัวไปสู่ดิจิทัลเทคโนโลยี   จะตามเขาไม่ทัน ทั้งนี้ ดิจิทัลจะทำให้เกิดนวัตกรรมเกิดผู้ประกอบการใหม่ที่สามารถสร้างงานสร้างรายได้  โมเดลธุรกิจในอนาคตจึงไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจใหญ่แต่อยู่ที่ บริษัทเล็ก ๆ ที่ก่อตั้งขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จากคนธรรมดาที่รู้จักใช้เทคโนโลยี ให้เกิดประโยชน์  ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มองธุรกิจอย่างเดียว แต่มองไปถึงชีวิตของทุกคนด้วย  ซึ่งปัญหาใหญ่สุดของเมืองไทยขณะนี้คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำ    และความไม่เท่าเทียมกันด้านโอกาสในการเข้าถึงสิ่งต่าง ๆ
           “สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมบอกกูเกิลว่าผมอยากเห็นกูเกิ้ลมาช่วยประเทศไทยมาพัฒนาในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านศึกษา สาธารณสุข  การแนะนำแหล่งท่องเที่ยว และในด้านของการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น   ซึ่งทุกอย่างที่อธิบายมา เราเปิดรับแนวร่วมจากมิตรประเทศไม่ใช่เฉพาะจีนหรืออเมริกา  แต่ทุก ๆ ประเทศที่มาเป็นเพื่อนของเรา และในวันนี้ กูเกิลก็มาทำตามสัญญา    ผมดีใจจริง ๆ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลลงทุนเยอะมากในการทำอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน  อินเทอร์เน็ตไปถึงทุกหมู่บ้านแต่เรายังไม่สามารถเปลี่ยนจากอินเทอร์เน็ตไปสู่สิ่งที่เราต้องการอย่างแอพพลิเคชั่น   สิ่งแวดล้อม หรือว่าสาธารณสุข  กูเกิลมาต่อยอดตรงนี้  คือสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ  ส่วนข้อที่ 2  ที่อยากให้กูเกิลพิจารณาการลงทุนในประเทศไทย ให้มาตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน    ขณะนี้ก็ยังรอคำตอบอยู่”  

            ด้าน“สเตฟานี่  เดวิส” กรรมการผู้จัดการ Google เอเชียตะวันออกเฉียงใต้   กล่าวว่า กูเกิลมีพันธะสัญญาว่าจะไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลังหรือ  Leave No Thai Behind ซึ่งมุ่งมั่นที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในโลกดิจิทัล     โดยโครงการริเริ่มของ กูเกิลสำหรับประเทศไทยจะครอบคลุมพันธกิจหลักใน  4 ด้านคือ  การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี  การส่งเสริมทักษะดิจิทัล   การพัฒนาเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  ซึ่งกูเกิล ได้พัฒนาโครงการริเริ่มเหล่านี้ และจะขยายรายละเอียดในเชิงลึกมากขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยทุกคนจะเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียมและสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสที่มีอยู่อย่างมหาศาลในยุคดิจิทัล 

              ทั้งนี้ในส่วนของการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีนั้น กูเกิล ได้ประกาศขยายการให้บริการ Google Station  ซึ่งเป็นบริการ WiFi ฟรีที่เปิดตัวในไทยเมื่อปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดได้ให้บริการครอบคลุมสถานที่ต่างๆเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 10 แห่งเป็น กว่า 100 แห่งทั่วไทย ทั้งในตลาด ศูนย์การค้า สนามบิน และสถานีขนส่งมวลชนหลักของประเทศที่เชื่อมต่อผู้คนไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วประเทศ


               ส่วนการส่งเสริมทักษะดิจิทัล   “ไมค์  จิตติวาณิชย์”  หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย เปิดเผยว่า  กูเกิลได้เปิดตัว  2 แอพพลิเคชันใหม่สำหรับการพัฒนาทักษะดิจิทัลของคนไทยโดยเฉพาะ  ภายใต้โครงการระดับโลกของ Google ที่มีชื่อว่า “Grow with Google”  ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยแอพพลิเคชันแรกมีชื่อว่า “Primer” ประกอบไปด้วยบทเรียนง่ายๆ สำหรับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางธุรกิจและการตลาดดิจิทัล และอีกแอพพลิเคชันคือ “Skillshop” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีเลิร์นนิงเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Google
                และได้ประกาศเปิดตัวโครงการ “Be Internet Awesome” ที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้กับเด็กๆ เกี่ยวกับการท่องโลกออนไลน์อย่างมั่นใจและปลอดภัย ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้เปิดตัวโครงการ Be Internet Awesome ในภาษาของตัวเอง

                 สำหรับการพัฒนาเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  “Dr. Fred Hersch”  ผู้จัดการโครงการของ Google Health    กล่าวว่า  กูเกิลจะขยายงานวิจัยที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ในการคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy) ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 4.5 ล้านราย ในขณะที่ทั้งประเทศมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เพียง 1,500 คน   ซึ่งไม่เพียงพอ กูเกิลจึงร่วมมือกับโรงพยาบาลราชวิถี สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวง พัฒนางานวิจัยดังกล่าวขึ้น ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา    และจะขยายงานวิจัยในคลินิกเพิ่มขึ้นจาก 1 แห่งเป็น 8 แห่ง ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี และเชียงใหม่ 

                นอกจากนี้กูเกิลยังได้เปิดตัวโปรเจ็คต์ใหม่บน  Google Arts & Culture ที่มีชื่อว่า “Hidden Fruits” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ 5 ของนิทรรศการวังหน้า เพิ่มเติมจาก 4 เรื่องราวที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยกูเกิล ได้ทำงานร่วมกับกรมศิลปากรอย่างใกล้ชิด ภายใต้การสนับสนุนจากท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และใช้กล้อง Art Camera บันทึกภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ให้เป็นไฟล์ภาพที่มีความละเอียดสูงขนาด “ กิกะพิกเซล” ซึ่งมีความละเอียดมากกว่าหนึ่งพันล้านพิกเซล ทำให้คนไทยสามารถชื่นชมรายละเอียดที่สวยงามและสลับซับซ้อนของภาพจิตรกรรมอันล้ำค่านี้ได้อย่างเต็มตาผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์

                  ด้านการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีไทยให้มีตัวตนบนโลกออนไลน์ มากขึ้น   กูเกิล ได้ประกาศความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการธงฟ้าและเป็นสมาชิกเว็บไซต์ Thaitrade.com ลงทะเบียนและยืนยันบัญชี Google My Business ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจปรากฏบน Google Search และ Google Maps โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  นอกจากนี้ กูเกิลยังได้ประกาศขยายความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีลงทะเบียนใช้งาน Google My Business ผ่านแอพพลิเคชัน SCB Easy ได้ตั้งแต่สิ้นเดือนพ.ย.นี้เป็นต้นไป
 
  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 49