อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

สกสว.เผยแผนสู่ทศวรรษที่ 3 งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

ครบ20 ปีงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกสว.พร้อมปรับโอนการให้ทุนรายโครงการให้วช.ดูแล เผยอนาคตมีแผนแยกการดำเนินงานด้านนี้ตั้งเป็นหน่วยงานใหม่และยกระดับการทำงานสู่นโยบาย พฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 06.50 น.

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.62 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล   กรุงเทพ  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน  จัดงาน “Wishdom Movement : ขับเคลื่อนอนาคตชุมชนไทยด้วยงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น” ขึ้น  โดยมีดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)  เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การปรับเปลี่ยนปัญญาด้วยฐานราก”

ดร. สุวิทย์ กล่าวว่า  ปัญหาสำคัญของประเทศไทย เกิดจากความไม่สมดุลของ 4 สิ่ง  คือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความอยู่ดีกินดีทางสังคม  สถานการณ์สิ่งแวดล้อม  และภูมิปัญญามนุษย์   การจะทำให้เกิดสมดุลนั้น  คือ การเปลี่ยนจากสังคมแบบตัวกูของกู (Me Society) มาเป็นสังคมเพื่อส่วนรวม (We Society) ซึ่งประเทศไทยมีแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว นั่นคือ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP)

“เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ เราจำเป็นต้องมีกรอบความคิดใหม่ (New Mental Model)  ที่จะเชื่อมโยงปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กับ แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติให้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องถอดรหัสออกมาให้ได้  เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จ”

ดร. สุวิทย์ กล่าวว่า การเดินตามแนวทางนี้ จะเกิดขึ้นได้ด้วยการมี “ภูมิปัญญามหาชนใหม่” (New Wisdom Movement) กับ “ทิศทางการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมใหม่” (New RDI Direction)  เป็นตัวกำกับ  โดยมีการทำงานผ่าน 4 แพลตฟอร์มวิจัยหลักคือ 1.การวิจัยเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน  2.การวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจฐานราก  3.การวิจัยเพื่อการพัฒนาทุนมนุษย์และสถาบันองค์ความรู้ และ4. การวิจัยเพื่อตอบโจทย์ประเด็นท้าทาย

“นักวิจัยที่แท้จริงอยู่ในหมู่บ้าน อยู่ในท้องถิ่น เราต้องเปลี่ยนงานวิจัยสู่การพัฒนา เป็นนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง เป็นนวัตกรรมที่ไปตอบโจทย์การสร้างคุณค่าและมูลค่าของประเทศ  สิ่งที่เรากำลังพูดในวันนี้คือกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนงานวิจัยไปข้างหน้า ผ่านสิ่งที่ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เรามีองค์ความรู้เพียงพอ แต่การจะก้าวไปนั้นเราก็ต้องภูมิใจกับอดีต พอ ๆ กับมองไปข้างหน้า  ส่วนการสร้างความเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืนนั้น  จะต้องเริ่มด้วยคน ทำอย่างไรให้คนเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างปัญหานำไปสู่กระบวนการวิจัยและพัฒนา เพื่อรังสรรค์นวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและเปลี่ยนคุณค่าทางปัญญามาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมาเป็นสิ่งต่าง ๆ ที่จะตอบโจทย์ออกมาให้ได้”

ด้าน ศ.นพ.สุทธิพันธ์  จิตพิมลมาศ  ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า  สกสว. หรือเดิมคือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ได้สนับสนุน งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2541 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่น เน้นให้คนในชุมชนใช้ประโยชน์จากงานวิจัยได้จริง โดยเข้าร่วมในกระบวนการวิจัยในทุกขั้นตอน

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่กระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ หรือทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาด้วยปัญญาของชุมชนท้องถิ่นเอง  ปัจจุบันมีโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่ชาวบ้านเป็นผู้ทำวิจัยด้วยตัวเองกว่า 4,500 โครงการ  เกิดนักวิจัยเพื่อท้องถิ่นมากกว่า 40,000 คน และขยายฐานงานจากงานวิจัยชาวบ้านสู่กลุ่มคนทั้งในหน่วยงานและสถาบันต่างๆ

อย่างไรก็ตาม สำหรับการพัฒนาด้านระบบวิจัยที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างจาก”สกว”.ไปเป็น “สกสว.”   ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)   ซึ่งมีผลต่อการดำเนินงานโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นด้วยนั้น   ศ.นพ.สุทธิพันธ์   กล่าวว่า หลังจากนี้การให้ทุนในรายโครงการจะถูกปรับโอนไปให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติหรือ วช. เป็นผู้ดูแล  แต่ในอนาคต มีแผนที่จะนำโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นเหล่านี้มารวมกัน และจัดตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ภายใต้ สกสว.  และอาจมีการยกระดับองค์ความรู้ที่ได้มาเป็นการทำงานในระดับนโยบายต่อไป
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28