อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

สอวช. เดินหน้านโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน 

สอวช.เปิดเวทีขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน หวังระดมสมองสร้างโครงการนำร่องเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย อังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 เวลา 14.00 น.

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (อว.)  เปิดเผยว่า สอวช. ขานรับยุทธศาสตร์ อววน. เพื่อการพัฒนา 4 แพลตฟอร์มของกระทรวงอว. ซึ่งประกอบด้วย 1. การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 2. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 3. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และ 4. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และเศรษฐกิจท้องถิ่น 

ทั้งนี้มีหลากหลายนโยบายที่เร่งดำเนินการผลักดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม ที่มีนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular economy เป็นหนึ่งในนโยบายชูธงของกระทรวง และเพื่อเป็นการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว  สอวช. จึงได้ร่วมกับวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัทที่ปรึกษา PACE Business Partner ดำเนินโครงการ “การพัฒนานโยบายการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน” เพื่อจัดทำสถานภาพ ระบุโอกาสและช่องว่างการพัฒนา ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและโครงการนำร่องเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย โดยได้เชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา มาให้ข้อมูล  ตลอดจนเสนอแนะโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน 
 
“เศรษฐกิจหมุนเวียน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขจัดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าและวัตถุดิบที่ใช้แล้วหมดไป แก้ปัญหาขยะล้นเมือง ลดมลภาวะและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ในหลายประเทศยังใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยมุ่งสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจรีไซเคิล ธุรกิจตัวกลางผู้จัดหาและค้าวัตถุดิบใช้แล้ว ธุรกิจให้เช่าสินค้าและบริการ เป็นต้น" 

 อย่างไรก็ดี  เมื่อวันที่ 7 - 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา สอวช. ได้จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นด้านนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคการพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยว และในภาคเกษตรและอาหาร รวมทั้งได้หารือในประเด็นเชิงนโยบายกับหน่วยงานนโยบายภาครัฐที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสิ่งที่ดำเนินการอยู่ และได้เชิญ Mr.Risk Passenier ผู้เชี่ยวชาญด้าน Circular hotspot จากประเทศเนเธอร์แลนด์ มาถอดบทเรียนร่วมกัน 

" ที่ประชุมได้มีความสนใจร่วมกันในเรื่อง “การจัดการขยะ” โดยการวิจัยและนวัตกรรมนอกจากจะมาช่วยเสริมให้เกิดระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาองค์ความรู้ คู่มือสำหรับภาคประชาชนและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนฐานข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจัดทำดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรมทางการเงินและการระดมทุนอีกด้วย”  

ส่วนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคเกษตรและอาหาร ได้เชิญทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา มาร่วมแสดงความคิดเห็น โดยมองว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นการทำงานร่วมกันในหลายมิติ เช่น การวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องของ Zero Waste ที่จะนำรายได้กลับสู่ภาคเกษตรกร เอสเอ็มอี ได้อย่างไร การบริหารจัดการ ตลอดจนการปลดล็อคกฎหมายกากอุตสาหกรรมมีส่วนสำคัญมาก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอให้เดินหน้าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อตอบโจทย์ภาคเอกชน เอสเอ็มอีและประชาชน เพื่อลดจำนวนของเสีย และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า  หากมีการจัดซื้อจัดจ้างครอบคลุม นโยบายนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญและท้าทายมากคือเรื่องของบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่ควรจะย่อยสลายได้หรือจัดการรูปแบบเดียวกับขยะอาหารได้ด้วยเช่นเดียวกัน 



อีกสิ่งที่น่าสนในคือ ที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตว่า การจะตั้งเป้าหมายเพื่อให้การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนนี้เกิดผลต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เราอยู่จุดไหน และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าเราต้องไปถึงจุดไหนและทำอย่างไร ภาครัฐเองก็ต้องเป็นเรี่ยวแรงสำคัญคือผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 

สำหรับผลจากการหารือการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน สอวช. จะรวบรวมเพื่อนำมาวิเคราะห์โอกาส ความท้าทายและช่องว่างการพัฒนาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนด  ทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศ และจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ประกอบไปด้วยกลไก โครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบนิเวศน์ที่ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนข้อเสนอด้านการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อให้ประเทศไทยมีองค์ความรู้และบุคคลากรที่พร้อมรองรับการเติบโตของกิจกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31