อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

เอ็นไอเอติวเข้มสตาร์ทอัพเกษตรก่อนประชัน Agtech Battle 2019

เอ็นไอเอ เดินหน้าสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านการเกษตร จัด Agtech Battle คัดเลือก 16 สตาร์ทอัพเกษตรมาติวเข้มก่อนส่งประชันไอเดีย  ในงานสตาร์ทอัพ ไทยแลนด์ 2019  จันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 17.50 น.

นางสาวมณฑา ไก่หิรัญ ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม ศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร (ABC center)  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)  หรือเอ็นไอเอ  กล่าวว่า คนมักเข้าใจว่า “สตาร์ทอัพ”หมายถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือนักศึกษา แต่ความจริงแล้ว สตาร์ทอัพ เป็นแนวทางทำธุรกิจอย่างหนึ่ง ที่ทำซ้ำได้  สามารถขยายขนาด หรือมีการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว  และสตาร์ทอัพเองต้องรู้ว่าสิ่งที่จะทำนั้นไปแก้ปัญหาอะไร  เช่น  สตาร์ทอัพเกษตร ล้วนมุ่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในเรื่องการเกษตรต่าง ๆ และอีกลักษณะหนึ่งของสตาร์ทอัพคือ เป็นคนมีไอเดียและสามารถนำไอเดียไปเสนอนักลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจต่อไปได้ หากนักลงทุนพิจารณาว่าไอเดียนั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาได้และมีโอกาสเติบโตได้ก็อาจเสนอการร่วมทุนในรูปแบบต่าง ๆ  อาทิ การเงินลงทุน  ร่วมลงทุน หรือให้ไปทดลองทำ เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปมักมองว่าสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ 95% จะล้มหรือไปไม่รอด  แต่ที่สำคัญคือเมื่อล้มแล้วต้องลุกให้เร็ว  การลองทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็ต้องลุกให้ไวแล้วปรับธุรกิจเพื่อให้ตอบโจทย์ที่ชัดเจน อย่างสตาร์ทอัพสายเกษตร ซึ่งมีความเสี่ยงสูงอยู่กับปัจจัยความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้า อากาศ  แต่ก็มีสตาร์ทอัพที่สามารถสร้าง/ใช้เครื่องมือ/เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการเกษตร  เพื่อควบคุมหรือลดข้อจำกัดในการทำเกษตรที่พัฒนาขึ้น

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ โดยศูนย์ ABC center จึงทำโครงการ Agtech Battle ขึ้น หัวใจของโครงการนี้ ไม่ใช่แค่ประลองไอเดียแต่เป็นการสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพไปอีกขั้นสำหรับสตาร์ทอัพเกษตรที่พร้อมจะเติบโต  เป็นสตาร์ทอัพที่ทำจริงมาระยะหนึ่งแล้วและพิสูจน์แล้วว่าไอเดียนั้นสามารถทำจริงได้  ต้องการเสริมสร้างให้เติบโต สร้างตลาดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  รวมทั้งสามารถที่จะหาแหล่งทุนหรือความร่วมมือในการลงทุนได้อย่างเข้าใจ พร้อมการทำงานร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ที่จะช่วยสนับสนุนกันในลักษณะ win-win  โดยเปิดรับสตาร์ทอัพเกษตรที่เสนอไอเดียมาประชันกันใน 3 ประเด็นสำคัญด้านการเกษตรคือ   1. แนวทางในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร  2. แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  3. การหารูปแบบตลาดใหม่ ๆ  

ผลการคัดเลือกรอบแรกได้สตาร์ทอัพเกษตรสายเกษตร 16 ทีม มาเข้าสู่กระบวนการเสริมศักยภาพด้วยกิจกรรมเวิร์คชอปเข้มข้น ทั้งความรู้ในการปรับรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสมยิ่งขึ้นและวิธีการในการร่วมมือกับภาคธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนตัวจริง และสิ่งสำคัญคือสามารถตีมูลค่าของบริษัทตัวเองเพื่อนำไปสู่การระดมทุนจากนักลงทุนได้ และยังเสริมด้วยบริการให้คำปรึกษาแบบ 1 ต่อ 1 เสริมจุดแข็ง ปรับจุดอ่อน  ก่อนจะขึ้นสู่เวทีประชันไอเดีย AgTech Battle  ในงาน STARTUP THAILAND 2019

สำหรับ 16 สตาร์ทเกษตรที่ผ่านรอบคัดเลือก ได้แก่ ทีม SOG Farming, Eden Agritech, Algaeba, Smart Farm Thailand , BioMatLink , Gaorai ,Farmbook ,Tevada Corp,Taladapp,MeZ, GetZTrac ,FARMTO, Nature Food Products And Marketing  nature, Folkrice และทีม Green up โดยมี โมเดลธุรกิจที่น่าสนใจในการมาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการเกษตรได้ ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่มากพอรองรับทั้งในประเทศและตลาดโลก  อาทิ  โมเดลธุรกิจที่นำ AI มาเรียนรู้ให้เกิดระบบโรงปลูกพืชที่เหมาะสมกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น สามารถปลูกพืชได้อย่างง่ายขึ้นเหมาะกับทุกคน อีกโมเดลที่น่าสนใจที่เป็นแพลตฟอร์มที่ประกอบด้วยเซนเซอร์ตรวจวัดพืชและสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก มาช่วยเหลือเกษตรกรในการทำไร่ทำนาที่ทราบการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพภูมิอากาศ ทำให้ลดการสูญเสียและเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น และการนำบล็อกเชนมาช่วยในการสร้างความเชื่อมั่นด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และความปลอดภัยของผลิตผลทางการเกษตร ตลอดจนโมเดลธุรกิจในการรักษาความสดของผลไม้ตกแต่งด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ให้สามารถขยายระยะเวลาการขายสินค้าได้ยาวนานขึ้น

โดยรูปแบบธุรกิจของสตาร์ทอัพนี้สามารถตอบโจทย์การเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำและปลายน้ำ ซึ่งเมื่อเพิ่มศักยภาพในโครงการ AgTech Battlle ให้มีความพร้อมด้านรูปแบบธุรกิจที่ชัดเจนและแผนการเงินเพื่อนำมาเสนอและเจรจากับนักลงทุน ให้เกิดความพร้อมต่อการระดมทุนได้อย่างตรงความต้องการและขยายธุรกิจตามเป้าหมาย
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 57