อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

theAsianparen ประกาศระดมทุนในรอบซีรีส์ C สำเร็จ

แพลตฟอร์มชุมชนออนไลน์และผลิตเนื้อหาสำหรับคุณแม่และการเลี้ยงดูบุตรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้ใช้งานมากกว่า 23.5 ล้านคนต่อเดือน ประกาศได้รับการสนับสนุนในรอบระดมทุนซีรีส์ C หลักล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา จากนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ระดับโลก พฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 15.16 น.


วันนี้ ( 11 ก.ค.) theAsianparent แพลตฟอร์มชุมชนออนไลน์และผลิตเนื้อหาสำหรับคุณแม่และการเลี้ยงดูบุตรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้ใช้งานมากกว่า 23.5 ล้านคนต่อเดือน ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบซีรีส์ C มีนักลงทุนเข้าร่วมสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์ในการระดมความสนใจจากนักลงทุนในระดับโลกอย่างมีนัยยะสำคัญ นักลงทุนรายใหญ่ นำโดยกลุ่ม Fosun บริษัทระหว่างประเทศที่เน้นการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับครอบครัว ร่วมด้วยกลุ่ม JD.com บริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดจากประเทศจีน กลุ่ม ATM Capital นักลงทุนในแถบกลุ่มประเทศอาเซียตะวันออกเฉียงใต้-จีน กลุ่ม Redbadge Pacific บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ทางเลือกชั้นนำระดับโลก ที่มีสำนักงานอยู่ทั้งในเอเชียและสหรัฐอเมริกา และกลุ่มผู้ลงทุนในซีรีส์ B โกลบอล แกรนด์ และWHG Capital


นางโรชนิ มาธ์ทานิ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ theAsianparent กล่าวว่า เราเติบโตจากการเป็นเว็บบล็อกสำหรับผู้ปกครองสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติที่มี ใน 12 ประเทศ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจากแพลตฟอร์มคอนเทนต์ สู่โซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ทว่าบริษัทก็มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดครั้งสำคัญในธุรกิจของเรา ในการผันตัวเองสู่การเป็นผู้นำด้านแหล่งข้อมูลสารสนเทศสำหรับพ่อแม่-ผู้ปกครองในเอเชีย และทั่วโลก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ การมุ่งเน้นให้ความรู้กับผู้ปกครองจากมุมมองของคนเอเชีย


“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในภูมิภาคนี้ทั้งสิ้น ด้วยเงินทุนที่เราได้รับมา ทำให้เรามองหาโอกาสในการขยายไปยังตลาดอื่นๆ เพิ่มเติม และคงไว้ในการสืบสานสร้างพื้นที่ชุมชนออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงอีกมากมายทั่วโลกต่อไป” นางโรชนิ กล่าว


จากการระดมทุนรอบใหม่ครั้งนี้ theAsianparent มองหาโอกาสในการขยายตลาดมายังตลาดใหม่ในเอเชีย และแอฟริกา รวมถึงเร่งแผนดำเนินการในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น theAsianparent ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา บนแอพสโตร์ และกูเกิล เพลย์ สโตร์ โดย แอพพลิเคชั่น theAsianparent เป็นแอพอันดับหนึ่งด้านการผลิตเนื้อหาสำหรับคุณแม่และการเลี้ยงดูบุตร ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ theAsianparent เป็นแอพที่เติบโตจากชุมชนออนไลน์ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่-ผู้ปกครอง และการเลี้ยงดูบุตร โดยมีข้อมูล เทคนิค และเคล็ดลับในการเลี้ยงดูบุตร และการแลกเปลี่ยนข้อมูลของคุณแม่ในเครือข่าย นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติของแอพที่ครอบคลุมถึง บทความนับพันชิ้นจากผู้เชี่ยวชาญทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกี่ยวกับการดูแลเด็ก พัฒนาการของเด็ก และพัฒนาการทารกในระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงฟีจเจอร์ต่างๆ เช่น การติดตามพัฒนาการเด็กและทารกในครรภ์ โฟโต้บูธ (รูปภาพ และแต่งภาพ) กิจกรรมชิงรางวัล และการถาม-ตอบ เกี่ยวกับปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูบุตรที่ทำให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมและศึกษาจากบนแอพพลิเคชั่น




มิสเตอร์วิลสัน จิน ประธานกลุ่ม Fosun RZ Capital global venture และนักลงทุนของกลุ่ม Fosun กล่าวว่า Fosun RZ Captial เป็นแพลตฟอร์มกลุ่มนักลงทุนระดับโลก ภายใต้กลุ่ม Fosun เราได้ทุ่มเทและแสดงตัวตนที่นี่ ในการค้นหา และเพิ่มขีดความสามารถให้กลุ่มบริษัทเกิดใหม่ในภูมิภาค ด้วยการมีชุมชนที่ใหญ่ที่สุด และมีกลุ่มแม่และเด็กเข้าร่วมในชุมชนอย่างหนาแน่นในภูมิภาคนี้ การเพิ่ม theAsianparent เข้ามาเป็นการเพิ่มในเชิงกลยุทธ์ และส่งเสริมกันเป็นอย่างดี ภายใต้ความร่วมมืออย่างแนบแน่นกับระบบนิเวศน์ของกลุ่ม Fosun นั้นเป็นไปเพื่อความพยายามที่จะสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วให้กับบริษัท และเพื่อขยายธุรกิจทั้งเชิงลึกและแนวกว้างเพื่อการเข้าถึง


theAsianparent ได้ขยายกิจการมาจนมีบุคลากร 180 คน ใน 12 ประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ และสำนักงานในประเทศอื่นๆ ประกอบด้วย ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฮ่องกง ศรีลังกา อินเดีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น และไนจีเรีย จากจุดตั้งต้นของการเปิดตัวที่ได้มุ่งเน้นการสร้างชุมชนออนไลน์ของกลุ่มผู้ปกครอง และการเตรียมตัวสำหรับการมีบุตร ในวันนี้ theAsianparent ได้ผันตัวเอง จนกลายมาเป็นแพลทฟอร์มที่พร้อมให้ความรู้และทริคต่างๆสำหรับผู้ปกครอง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 57