อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562

สกสว.มอบรางวัล 13 ผลงานวิจัยเด่น ปี 2561

สกสว. จัดงานมอบรางวัลผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2561 เชิดชูเกียรตินักวิจัยที่ผลิตผลงานสามารถนำไปใช้ประโยชน์และเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พุธที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 20.33 น.

 วันนี้(26 มิถุนายน 2562)   ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์  กรุงเทพ  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งเปลี่ยนผ่านมาจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  จัดงานมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2561   เพื่อ ยกย่องเชิดชูเกียรติแก่นักวิจัย และผลงานวิจัย ที่มีคุณภาพ สร้างผลประโยชน์และก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและการพัฒนาสิ่งแวดล้อม  โดยมี ดร. กฤษณพงศ์  กีรติกร ประธานกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล

ศ. นพ.สุทธิพันธ์   จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกสว.  กล่าวว่า  สกว. เดิมมีบทบาทในการสนับสนุนทุนวิจัยให้ครอบคลุมทุกศาสตร์  มีการบริหารจัดการงานวิจัยอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นการผลักดันผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทุกมิติ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยให้มีคุณภาพในระดับสากล ซึ่งทุกภารกิจที่ สกว. ดำเนินการมาอย่าง ต่อเนื่อง ถือเป็นการสร้างรากฐานที่สำคัญให้แก่ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทย  โดยแต่ละปี สกว. มีผลงานวิจัยจำนวนมากที่ล้วนมีคุณค่า  

“แม้ว่าขณะนี้ สกว. ได้เปลี่ยนบทบาทเป็น สกสว. ที่มีภารกิจหลัก ในการจัดทำและกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ  ตลอดจนจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) แต่การจัดพิธี มอบรางวัลผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2561 ยังคงดำเนินอยู่ เพื่อให้ประชาคมวิจัยและสาธารณะ เห็นต้นแบบการทำงานวิจัยที่สามารถส่งมอบประโยชน์แก่สังคม รวมทั้งเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรตินักวิจัย สกว. ที่ผลิตผลงานได้อย่างมีคุณภาพและเป็นส่วนช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยตลอดมา”

ทั้งนี้เกณฑ์ในการคัดเลือกผลงานวิจัยเด่นปีนี้ คือ ต้องเป็นผลงานวิจัยที่ประสบผลสําเร็จ มีผู้ใช้ประโยชน์ และปรากฏผลเป็นที่ประจักษ์ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ในวงการที่เกี่ยวข้อง หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคม นําไปสู่การพัฒนาในวงกว้าง อีกทั้งต้องมีวิธีการวิจัยเป็นที่ยอมรับตามหลักวิชาการ โดยแบ่งกลุ่มพิจารณาตามลักษณะการนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ 5 ด้าน รวมทั้งสิ้น 13 ผลงาน ประกอบด้วย

ด้านพาณิชย์จํานวน 4 ผลงาน ได้แก่ “เสื้อดมกลิ่นกายอัจฉริยะ” โดย ดร.ธารา สีสะอาด และ ผศ. ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่นำองค์ความรู้จากทีมวิจัยในห้องปฏิบัติการที่สะสมมากว่า30ปีมาต่อยอดพัฒนาเซ็นเซอร์เคมีบนผ้าสำหรับระบบจมูกอิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ได้ เพื่อประยุกต์ใช้ในการตรวจวัดกลิ่นกาย ในรูปแบบของเสื้อ ซึ่งจะใช้เทคนิคการปริ้นสกรีนด้วยหมึกนำไฟฟ้า  ช่วยในการตรวจวัดกลิ่นเพื่อวิเคราะห์หรือวินิจฉัยเบื้องต้นของการเป็นโรคต่าง ๆ ได้
 
 ส่วน“หุ่นยนต์สำหรับการขูดหน้ายางรถยนต์อัตโนมัติใน กระบวนการผลิต ยางหล่อดอก” โดย ผศ. ดร.ชนะ รักษ์ศิริ  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์    จะเป็นการพัฒนานวัตกรรมใหม่ในวงการหล่อดอกยางล้อขนาดใหญ่ที่นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาช่วยทำงานอย่างอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาการทำงานและทดแทนแรงงานคน    
 นอกจากนี้ยังมีผลงาน “การผลิตเนื้อไก่ กรดยูริคต่ำจากไก่ลูกผสมพื้นเมืองเพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดอาหารสุขภาพในระดับ อุตสาหกรรม” โดย ศ. ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และ “การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับ การเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นสารเคมีมูลค่าเพิ่ม” โดย รศ. ดร.ธงไทย วิฑูรย์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์     

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลด้านวิชาการ มีจํานวน 3 ผลงาน ได้แก่ “นวัตกรรมอุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้าเคมี จากวัสดุผสมของกราฟีนแอโรเจล” โดย ผศ. ดร.มนตรี สว่างพฤกษ์  สถาบันวิทยสิริเมธี   ที่มุ่งพัฒนาแบตเตอรี่และตัวเก็บประจุไฟฟ้าเคมียิ่งยวดให้ดีกว่าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน  โดยแบตเตอรี่ที่พัฒนาได้สามารถชาร์ทไฟได้อย่างรวดเร็ว และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป  ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยแล้วและกำลังนำร่องใช้งานจริงกับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ที่ออกแบบขึ้น คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถผลิตรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้นนี้ออกมาจำหน่ายได้ในราคาไม่เกิน  5 หมื่นบาท

ผลงาน“นโยบายต่างประเทศไทยต่อประเทศเพื่อนบ้านในยุค สงครามเย็น : สี่กรณีศึกษาเปรียบเทียบ” โดย นายสุรพงษ์ ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูต  และ “งานวิจัยมุ่งเป้า ในการศึกษา สมุนไพรไทยและใช้เทคโนโลยีต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป เพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” โดย ศ. ดร.ศุภยางค์ วรวุฒิคุณชัย  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  

ผลงานที่ได้รางวัลด้านชุมชนและพื้นที่  มี 4 ผลงาน ได้แก่ “การฟื้นฟูดินปนเปื้อนสารอันตรายด้วยอนุภาคนาโน เพื่อการผลิตพืชอาหารปลอดภัย โดยชุมชนเพื่อชุมชน: กรณีนำร่องนาข้าวปนเปื้อนแคดเมียม อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก” โดย ผศ. ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ มหาวิทยาลัยนเรศวร “บางชะนีโมเดล กระบวนการปรับตัวของ ชาวนาในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ” โดย นางเรณู กสิกุล นักวิจัยเพื่อท้องถิ่น “งานวิจัยไร้พรมแดน 45 ปี แห่งการพลัดพรากสู่การฟื้นความสัมพันธ์ชุมชนท้องถิ่นชายแดน ไทย-กัมพูชา” โดย นายรุ่งวิชิต คำงาม นักวิจัยเพื่อท้องถิ่น และ “นวัตกรรมการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวในกล้วยในประเทศไทย” โดย ดร.ปฏิมาพร  ปลอดภัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 
ส่วนด้านนโยบาย  จํานวน 1 ผลงาน ได้แก่ “อนาคตสิมิลัน บนความสมดุลของการท่องเที่ยว” โดย ผศ. ดร.ดรรชนี เอมพันธุ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และด้านสาธารณะ จํานวน 1 รางวัล ได้แก่ “การบูรณะ โบราณสถานเพื่อรากฐานการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน” ซึ่งมี รศ. ดร.นคร ภู่วโรดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าชุดโครงการ 
           
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 49