อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

ไมโครซอฟท์หนุนปฏิรูปภาคการผลิตสู่ยุคดิจิทัลด้วยเอไอ

ไมโครซอฟท์จับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ยุคดิจิทัลในภาคการผลิต โดยส่งเสริมการใช้ AI เป็นหัวใจหลัก อังคารที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลา 15.00 น.

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) เชิญผู้ประกอบการจากภาคอุตสาหกรรมมาเปิดมุมมองใหม่ในการนำภาคอุตสาหกรรมก้าวสู่ Industry 4.0 ในงาน CEO Envisioning Day  ชูศักยภาพของ AI เทคโนโลยีอัจฉริยะที่เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจในยุคดิจิทัล

ทั้งนี้จากรายงานวิจัยร่วมระหว่างไมโครซอฟท์และไอดีซี ในหัวข้อ การเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจเติบโตก้าวไกลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคด้วย AI ซึ่งศึกษาผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิตทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า 76% ของผู้นำธุรกิจภาคการผลิตมองว่า AI จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า และอาจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้นได้เกือบ 2 เท่า แต่มีเพียง 41% เท่านั้นที่ได้เริ่มนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานในองค์กร

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “AI เป็นนวัตกรรมที่กำหนดทิศทางแห่งอนาคตของโลกธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรม แต่กลับมีองค์กรภาคอุตสาหกรรมเพียง 9% เท่านั้นที่นำ AI เข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์หลักของธุรกิจแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างน่ากังวล  ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้นำองค์กรในภาคการผลิตจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความพร้อมในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างเต็มตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการผลิต ที่จะต่อยอดไปสู่การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน”

ผลการสำรวจของไมโครซอฟท์และไอดีซีนี้ยังเผยว่า ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมยังขาดความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวัฒนธรรมองค์กร กลยุทธ์ทางธุรกิจ และข้อมูล ผู้ประกอบการจึงควรให้เร่งพัฒนาสิ่งเหล่านี้เพื่อไม่ให้ธุรกิจเสียเปรียบในการแข่งขัน

ด้านนายศักดิ์ณรงค์  แสงสง่าพงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาคอุตสาหกรรมของไทยต้องให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแนวคิด ปรับกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กรให้เปิดรับการใช้เทคโนโลยีหรือแม้กระทั่ง AI อย่างเต็มตัวและแพร่หลาย รวมถึงการเปิดรับความร่วมมือกับธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันเพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูลให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันสำหรับทุกฝ่าย จนนำไปสู่การยกระดับธุรกิจภาคการผลิตในองค์รวมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดโลก 

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้จัดอบรมหลักสูตรสร้างเสริมศักยภาพผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมไทยเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัล หรือ eDIT (Executive Program in Digitalization Industry of Thailand) ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยมุ่งหวังจะช่วยผลักดันและกระตุ้นการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Industry 4.0 อย่างจริงจัง     นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมฯ ยังร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งในการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะรวมถึงการสร้างโอกาสการฝึกงานให้กับนักศึกษา อันจะเป็นการพัฒนาแรงงานคุณภาพซึ่งมีทักษะจำเป็นต่างๆ ในยุคดิจิทัลเพื่อป้อนบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

สำหรับภาคการศึกษา ศ.ดร. สุชัชวีร์    สุวรรณสวัสดิ์  อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่าการพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเป็นส่วนสำคัญในการสานต่อกลยุทธ์ปฏิรูปธุรกิจให้กลายเป็นความสำเร็จที่จับต้องได้   ธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ยุคดิจิทัลยังต้องการพันธมิตรที่สามารถเปลี่ยนแผนงานให้เป็นระบบที่ใช้งานได้จริง ขณะที่พันธมิตรกลุ่มนี้ก็ต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาทำงาน ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ควรต้องร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่แข็งแรงให้กับประเทศไทย

“นอกจากนี้ ภาคเอกชนเองก็ต้องปลูกฝังทัศนคติในเชิงรุกให้มากขึ้น และพยายามวางเป้าหมายให้องค์กรก้าวขึ้นไปแข่งขันกับผู้นำในอุตสาหกรรมของตนเอง เพราะการแข่งกับตัวเองในยุคที่ธุรกิจทั่วโลกมีโอกาสในการแข่งขันและเติบโตมากกว่าที่เคยคงไม่เพียงพออีกต่อไป”
  
ในโอกาสนี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้นำเรื่องราวความสำเร็จของ บริษัท อีแอนด์เอช พรีซิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (E&H Precision (Thailand) Co., Ltd.) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ทั้งในไทย อินเดีย และเม็กซิโก มาเป็นตัวอย่างเพื่อสร้างแนวคิดและแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการ หลังจากที่ทางบริษัทฯ ได้เริ่มนำเทคโนโลยี IoT และ AI เข้าไปใช้ในโรงงาน จนสามารถลดเวลาการหยุดเครื่องจักรเพื่อตรวจสอบและซ่อมบำรุงลงได้ราว 11% และเพิ่มเวลาการผลิตได้เฉลี่ย 30 นาทีต่อเครื่องต่อวัน
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 98