อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

บ.ฟินแลนด์พัฒนา'ยาพ่นจมูก' สกัดโควิด-19ใช้คู่วัคซีน

บริษัทเภสัชภัณฑ์ของฟินแลนด์ พัฒนายาพ่นจมูกป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด สามารถใช้รักษาและป้องกันโรคควบคู่กับการฉีดวัคซีน พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.18 น.


เมื่อวันที่ 6 พ.ค. คาเลอร์โว วานาเนน หัวหน้านักพัฒนาของเทอราพิวติกส์ บอเรียลิส ออย (Therapeutica Borealis Oy) บริษัทเภสัชภัณฑ์ของฟินแลนด์ เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัววานนี้ (5 พ.ค.) ว่า มีการพัฒนายาพ่นจมูกป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ซึ่งสามารถใช้รักษาและป้องกันโรคควบคู่กับการฉีดวัคซีน

“ไม่ใช่ว่าได้รับยานี้แล้วจะไม่ต้องฉีดวัคซีน แต่มันจะช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อในสถานที่ที่มีความเสี่ยง” วานาเนนกล่าว “มันสามารถออกฤทธิ์ป้องกันได้ทันทีและภายในเวลาที่จำกัด”

“มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อตัวไวรัสเอง ดังนั้นไม่สำคัญเลยว่าจะมีโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์อื่นๆ เกิดขึ้นอีกกี่สายพันธุ์ เนื่องจากตัวยาจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเซลล์ที่ไวรัสใช้เข้าสู่ร่างกาย การกลายพันธุ์ของไวรัสจึงจะไม่กระทบวิธีที่ยาออกฤทธิ์ต่อกลไกของเซลล์” วานาเนน ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาเซลล์กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์จากบริษัทฯ เมื่อวันพุธ (5 พ.ค.) ระบุว่าบริษัทฯ ได้รับหนังสือแจ้งการรับจดทะเบียน (Notice of Allowance) จากสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐ เพื่อยื่นขอสิทธิบัตรสำหรับยาพ่นจมูกดังกล่าวแล้ว

“เราคาดว่าสิทธิบัตรจะถูกออกให้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” วานาเนน ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ กล่าว “ผู้ที่ได้รับยาไปจำเป็นต้องฉีดพ่นวันละหลายครั้ง”

ยาพ่นจมูกป้องกันโรคโควิด-19 ถูกออกแบบให้ส่งผลต่อการทำงานของเยื่อบุจมูกใน 3 วิธี โดยสามารถป้องกันและลดความสามารถของไวรัสในการเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ รวมถึงป้องกันการเพิ่มจํานวนของไวรัส ทำให้สามารถป้องกันโรคโควิด-19 และลดความเสี่ยงมีอาการป่วยขั้นรุนแรงได้

สารออกฤทธิ์ของยาพ่นจมูกตัวนี้ ได้แก่ อะโพรทินิน (aprotinin) ไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) และไอเวอร์เม็กทิน (ivermectin) ซึ่งเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกันโรคโควิด-19 โดยบริษัทฯ ได้ใช้สารออกฤทธิ์เหล่านี้ในลักษณะมุ่งเป้าไปที่เยื่อเมือกของทางเดินหายใจส่วนบน

วานาเนนกล่าวปิดท้ายว่าการพัฒนายาเป็นงานระยะยาวและจำเป็นต้องได้รับการทดลองทางคลินิกก่อนนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาด

ขอบคุณ xinhuathai
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น