อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564

ยอดม็อบต้านรัฐประหารเมียนมา สังเวยพุ่งเกิน 700 ราย

มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 700 ราย จากสถานการณ์รุนแรงทางการเมืองในเมียนมา ซึ่งเป็นผลจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่อียูตำหนิจีนและรัสเซีย "เป็นอุปสรรค" ของกระบวนการฟื้นฟูประชาธิปไตยในเมียนมา จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 เวลา 11.09 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่าสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองเมียนมา ( เอเอพีพี ) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระช่วยเหลือนักโทษการเมืองในเมียนมา รายงานสถิติสะสมของผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงทางการเมืองในประเทศ ซึ่งเป็นผลจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น "มากกว่า 700 คน"  โดยรวมถึงผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 คน จากการสลายชุมนุมที่เมืองพะโค หรือเมืองหงสาวดี ในเขตภาคกลางตอนล่างของเมียนมา
 

ขณะที่นายโจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ( อียู ) กล่าวถึงสถานการณ์ในเมียนมา ว่าประเทศแห่งนี้กลายเป็น "สนามแข่งช่วงชิงอำนาจทางการเมือง" และกำลังเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านภูมิศาสตร์การเมืองแห่งล่าสุด ระหว่างกลุ่มประเทศมหาอำนาจ โดยบอร์เรลล์กล่าวถึงจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนด้านอาวุธรายใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของเมียนมา ร่วมกัน "ขัดขวาง" ทุกความพยายามของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) จนไม่สามารถออกมาตรการหลายอย่างได้ อาทิ การปิดล้อมด้านอาวุธต่อกองทัพเมียนมา



อย่างไรก็ตาม บอร์เรลล์กล่าวว่า จริงอยู่ที่มูลค่าการค้าระหว่างอียูกับเมียนมาน้อยมาก โดยสถิติเมื่อปี 2562 อยู่ที่ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 22,087.80 ล้านบาท ) เทียบกับจีนประเทศเดียวซึ่งสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 599,526 ล้านบาท ) แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียูให้คำมั่นว่า สหภาพจะเพิ่มการลงทุน และขยายความร่วมมือที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ หากเมียนมากลับคืนสู่เส้นทางประชาธิปไตยโดยเร็ว.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

ความคิดเห็น