อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

โป๊ปฟรานซิสทรงขอ "สันติภาพระหว่างศาสนา"

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเสนอให้อิรักเป็นแบบอย่างแก่ตะวันออกกลาง ในการที่ประชาชนต่างศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ และปราศจากการใช้ความรุนแรงต่อกัน เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 09.07 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ประทานพระดำรัสที่ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งอิรัก ในกรุงแบกแดด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากโอกาสเสด็จเยือนอิรักอย่างเป็นทางการ ว่าประเทศแห่งนี้ได้รับผลกระทบมากมาย ซึ่งเป็นหายนะจากสงคราม การก่อการร้าย และความขัดแย้งด้านชาติพันธุ์ จากการที่ต่างฝ่ายต่างยังปฏิเสธยอมรับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ บนพื้นฐานของความแตกต่าง
 
 

ขณะเดียวกัน โป๊ปฟรานซิสทรงมีพระดำรัสว่า อิรักเป็นประเทศในตะวันออกลางที่ยังคงรักษาอารยธรรมของศาสนาคริสต์ได้เป็นอย่างดี แม้ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม พระองค์ทรงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตอิรักจะปฏิรูปนโยบายด้านสังคม เพื่อให้พลเมืองจากทุกศาสนาสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ "โดยสันติสุขอย่างแท้จริง" ทั้งนี้ พระองค์เสด็จไปยังมหาวิหารแบกแดด เพื่อทรงสวดมนต์ให้กับผู้เสียชีวิตประมาณ 50 คนที่นี่ จากเหตุกราดยิงซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธ เมื่อปี 2553 ด้วย
 

 
ด้านประธานาธิบดีบาร์ฮัม ซาลีห์ กล่าวว่า ชาวอิรักทั้งประเทศมีความตื่นเต้นและยินดี ที่ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับเป็นครั้งแรก แด่สมเด็จพระสันตะปาปา ซึ่งทรงเป็น "นักบุญแห่งสันติภาพ" อย่างแท้จริง เพราะอิรักกำลังได้รับข้อเสนอแนะที่ดีงาม ให้มีพัฒนาการทางสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ทุกประเทศในตะวันออกกลาง ว่าทุกเชื่อชาติและศาสนาจะสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ โดยไม่จำเป็นต้องมีการสู้รบเพื่อแย่งชิงอำนาจ


 
อนึ่ง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะประทับอยู่ในอิรักจนถึงวันจันทร์ที่ 8 มี.ค.นี้ โดยหนึ่งในกำหนดการสำคัญของพระองค์ คือการเสด็จไปตามพื้นที่ซึ่งเคยเป็นเขตอิทธิพลของกลุ่มไอเอส สำหรับการเสด็จเยือนอิรักของพระองค์ในครั้งนี้ เป็นการออกต่างประเทศครั้งแรกในรอบ 15 เดือนของพระองค์ และโป๊ปฟรานซิสทรงเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ ที่เสด็จเยือนอิรักอย่างเป็นทางการ.

เครดิตภาพ : AP
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น