อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

'กองทัพพม่า'ยันจะใช้มาตรการรุนแรงกับประชาชนต่อไป

ผู้นำหมายเลขสองของรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวว่า "คุ้นเคย" กับมาตรการของตะวันตก ทั้งการคว่ำบาตรและการโดดเดี่ยว โดยยังคงเป็นท่าทีหนักแน่นต่อการจัดการสถานการณ์ประท้วงภายในประเทศ ท่ามกลางการจับตาของประชาคมโลก พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 09.50 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ว่านางคริสติน ชราเนอร์ บัวร์เกอเนอร์ ทูตพิเศษด้านกิจการเมียนมาของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวว่า ได้มีโอกาสติดต่ออีกครั้ง กับพล.อ.โซ วิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองประธานคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐของเมียนมา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเธอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าการที่รัฐบาลทหารยังคงเดินหน้า "การใช้มาตรการรุนแรง" อย่างต่อเนื่องกับประชาชน  มีแนวโน้มสูงที่จะนำไปสู่การที่หลายประเทศจะยกระดับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ และเพิ่มการโดดเดี่ยวต่อเมียนมา
 
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการคว่ำบาตร พล.อ.โซ วิน ตอบทูตพิเศษของยูเอ็นว่า "เมียนมาคุ้นชินกับการคว่ำบาตร และเอาตัวรอดได้เสมอ" ส่วนประเด็นการถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก ผู้นำหมายเลขสองของรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวว่า "ต้องเลือกคบเพื่อน" ทั้งนี้ สหรัฐ สหราชอาณาจักร และแคนาดา ตลอดจนสหภาพยุโรป ( อียู ) ต่างมีมาตรการคว่ำบาตรอย่างเจาะจงต่อกองทัพเมียนมา และส่งสัญญาณพร้อมยกระดับความเข้มข้นของมาตรการอีก
 

ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ไม่สามารถออกแถลงการณ์ประณาม "ได้อย่างเต็มปาก" เกี่ยวเนื่องกับท่าทีของจีนและรัสเซีย สอดคล้องกับความเห็นของแหล่งข่าวในยูเอ็นหลายคน ว่ายูเอ็นเอสซี "คงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้"
 

 
นอกจากนี้ ชราเนอร์ บัวร์เกอเนอร์ กล่าวว่า สถานการณ์ในเมียนมา "ไม่ใช่แค่เรื่องภายในประเทศอีกต่อไป" เพราะส่งผละกระทบต่อทั้งภูมิภาคแล้ว และแม้พล.อ.โซ วิน ยืนยันกับเธอ ว่าหลังครบกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน 1 ปี เมียนมาจะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ แต่ตามความเห็นของเธอนั้น พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( เอ็นแอลดี ) มีแนวโน้มถูกยุบ และทิ้งท้ายว่า กองทัพ "น่าจะประหลาดใจไม่น้อย" กับการเคลื่อนไหวของมวลชนในครั้งนี้ "ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง" กับการต่อต้านรัฐบาลทหารในอดีต.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

ความคิดเห็น