อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563

เอธิโอเปียอัดทรัมป์ "กระตุ้นสงคราม" ปมเขื่อนแม่น้ำไนล์

รัฐบาลเอธิโอเปียแสดงความไม่พอใจอย่างหนักต่อการที่ประธานาธิบดีสหรัฐ "ปลุกระดมให้เกิดสงคราม" ด้วยการกล่าวว่า "อียิปต์อาจระเบิดเขื่อนบนแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นข้อพิพาทกับเอธิโอเปีย" อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 14.17 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาห์เหม็ด ผู้นำเอธิโอเปีย กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลเอธิโอเปียจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับ "ความรุนแรงและความก้าวทุกรูปแบบ" ขณะที่การแสดงท่าทีของบุคคลหนึ่ง เกี่ยวกับเขื่อน “แกรนด์ เอธิโอเปียน เรอเนสซองซ์” ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ นอกจากเป็นการให้ความเห็นที่ไม่สร้างสรรค์แล้ว ยังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
 
แม้ผู้นำเอธิโอเปียไม่ได้พาดพิงประเทศใดหรือบุคคลใดอย่างเจาะจง แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเขื่อนดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำบลูไนล์ หนึ่งในสาขาของแม่น้ำไนล์ เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน เม.ย. 2554  ว่าอียิปต์ "ไม่สามารถทนอยู่แบบนี้ได้ และอาจมีการระเบิดเขื่อนนั้นทิ้งในอนาคต อียิปต์ไม่มีทางเพิกเฉยต่อเรื่องนี้"


Al Jazeera English

ด้าน นายเกดู อันดาร์กาชูว์ รมว.การต่างประเทศของเอธิโอเปีย เชิญนายไมเคิล เรย์นอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงแอดดิสอาบาบา เข้าพบเมื่อเสาร์ "เพื่อขอคำชี้แจง" เกี่ยวกับ "ความหมายแท้จริง" ที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของผู้นำสหรัฐ โดยอันดาร์กาชูว์กล่าวด้วยว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งยังอยู่ในวาระใช้คำพูด "ปลุกระดม" ให้เกิดสงคราม" ส่งผลกระทบต่อความเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรในระดับทวิภาคี และเบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศยากจะมีฝ่ายใดยอมรับถ้อยคำแบบนี้
 
ขณะที่อียิปต์ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลวอชิงตันประกาศเมื่อเดือนที่แล้วด้วย ระงับความช่วยเหลือทางการเงินบางส่วนแก่เอธิโอเปีย ตอบโต้ที่รัฐบาลแอดดิสอาบาบาเริ่มเติมน้ำในเขื่อนเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา


DW News

สำหรับโครงการเขื่อนแกรนด์ เอธิโอเปียน เรอเนสซองซ์ แน่นอนเป็นของรัฐบาลเอธิโอเปีย แต่อียิปต์มีความกังวลต่อการที่เขื่อนตั้งอยู่บนทางน้ำของแม่น้ำบลูไนล์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำไนล์ อย่างไรก็ตาม ซูดานสนับสนุนโครงการนี้ของเอธิโอเปีย เนื่องจากได้รับน้ำก่อนอียิปต์ โดยเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากอานิสงส์ของเขื่อนแห่งนี้จะเป็นผลดีแก่ระบบชลประทานของซูดาน แต่ยังคงกังวลเรื่องการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งและฤดูมรสุม เบื้องต้นทั้งสามประเทศตัดสินใจให้สหภาพแอฟริกา ( เอยู ) กลับมาทำหน้าที่คนกลาง.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22