อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

อียูจ่อไฟเขียวพลเมือง "14 ประเทศปลอดภัย" มีไทยด้วย

ร่างแผนการของสหภาพยุโรปเผยรายชื่อ 14 ประเทศซึ่งได้รับการประเมินแล้วว่า "ปลอดภัย" จากโรคโควิด-19 ให้พลเมืองของกลุ่มประเทศนั้นสามารถเดินทางเข้าสู่ภูมิภาคได้ ตั้งแต่ 1 ก.ค. นี้ หนึ่งในนั้นคือไทย อังคารที่ 30 มิถุนายน 2563 เวลา 07.42 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่าสหภาพยุโรป ( อียู ) เผยร่างแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการผ่อนปรนการเดินทางเข้าสู่ภูมิภาค ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าสมาชิกทั้ง 27 ประเทศจะลงมติและประกาศข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเป็นทางการ ภายในวันอังคารที่ 30 มิ.ย. นี้ตามเวลาท้องถิ่น
 
สำหรับสาระสำคัญของร่างแผนการ คือสืบเนื่องจากการที่อียูและกลุ่มประเทศสมาชิกความตกลงเชงเกน ที่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกอียู ร่วมด้วยสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมพรมแดนระหว่างกัน ด้วยเหตุผลด้านสาธารณสุข  ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา  ที่ประชุมเห็นควรยกระดับมาตรการดังกล่าวให้แก่กลุ่มประเทศนอกภูมิภาค "เป็นการเจาะจง" โดยในเบื้องต้นมีการเสนอให้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมพรมแดนแก่ "บุคคลภายนอก" ที่มาจาก "14 ประเทศปลอดภัย" โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
 

 
ทั้งนี้ 14 ประเทศที่ว่านี้ ประกอบด้วย แอลจีเรีย ออสเตรเลีย แคนาดา จอร์เจีย ญี่ปุ่น มอนเตเนโกร โมร็อกโก นิวซีแลนด์ รวันดา เซอร์เบีย เกาหลีใต้ ไทย ตูนิเซีย และอุรุกวัย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม รายชื่อนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ และไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายของอียู หมายความว่ารัฐบาลของแต่ละประเทศจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ได้ หรือจะอนุญาตเฉพาะบางประเทศตามรายชื่อก็ได้  ส่วนกรณีของสหราชอาณาจักรซึ่งออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างการเจรจาต่างหากกับอียู
 
อนึ่ง การเสนอชื่อครั้งนี้ยังไม่มีสหรัฐและบราซิล ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 อยู่ใน 2 อันดับแรกของโลกตามลำดับ และจีนซึ่งเป็นประเทศแรกที่มีการยืนยันผู้ป่วยอย่างเป็นทางการ เมื่อปลายเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43