อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

ดูเตร์เตค้านการเปิดชั้นเรียน จนกว่าจะมีวัคซีนโควิด-19

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ยืนกรานว่าตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เด็กต้องเรียนออนไลน์ไปก่อน สวนทางกับมุมมองของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุขของฟิลิปปินส์ อังคารที่ 26 พฤษภาคม 2563 เวลา 16.11 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนซึ่งไก้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่ามีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เขา "คัดค้านอย่างถึงที่สุด" ในการเปิดโรงเรียนเพื่อให้เด็กกลับเข้าชั้นเรียน ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในฟิลิปปินส์ "ยังถือว่าวิกฤติ"
 

 
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์ประกาศเมื่อสิ้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ว่าภาคเรียนต่อไปจะเปิดการศึกษาระหว่างวันที่ 24 ส.ค. ถึง 30 เม.ย.ปีหน้า เลื่อนจากภาคเรียนปกติที่มีการเรียนการสอนระหว่างเดือนมิ.ย.ถึงเดือนเม.ย.ปีถัดไป เนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
 
ขณะที่นางเลโอนอร์ บริโอเนส รมว.กระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์ กล่าวว่าการเรียนการสอนในชั้นเรียนในปีการศึกษาหน้าไม่ได้หมายความว่านักเรียนต้องกลับเข้าชั้นเรียนเต็มจำนวนตามปกติ กระทรวงศึกษาธิการยังสนับสนุนการเรียนการสอนทางไกลแบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของเด็ก โดยจะมีการเรียนการสอนผ่านทั้งอินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ และวิทยุ
 

 
ด้านนายวิน แกตชาเลียน ประธานคณะกรรมาธิการด้านการศึกษาของวุฒิสภาฟิลิปปินส์ กล่าวว่ารัฐบาลควรมีแผนสำรองเช่นกัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์หากใกล้ถึงวันที่ 24 ส.ค.แล้ววิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศยังไม่ดีขึ้น
 
ส่วนนายฟรานซิโก ดูเก ที่ 3 รมว.กระทรวงสาธารณสุขของฟิลิปปินส์ กล่าวว่าแน่นอนที่การมีวัคซีนนั้น "สำคัญที่สุด" แต่ยืนยัน "ความปลอดภัยเบื้องต้น" ที่จะเปิดการเรียนการสอนในชั้นเรียนในวันที่ 24 ส.ค.นี้ โดยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามมาตรการทางสังคม ทั้งการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การมีจุดติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ การหมั่นทำความสะอาดพื้นที่ และการที่ทุกคนร่วมมือรักษาระยะห่างระหว่างกัน.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 45