อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 31 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 31 มีนาคม 2563

สหราชอาณาจักรเตรียมวัดทักษะแรงงานต่างด้าวแบบใหม่

รัฐบาลสหราชอาณาจักรแก้ไขมาตรฐานการประเมิน "คุณภาพ" ของแรงงานต่างด้าว เพื่อคัดกรองให้ได้เฉพาะ "แรงงานทักษะสูงอย่างแท้จริง" พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.12 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่ากระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ เป็นการปฏิรูปแผนปฏิบัติการด้านแรงงานต่างด้าวและผู้อพยพ โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ม.ค. 2564 หรือ 1 วันหลังสิ้นสุด "ระยะเปลี่ยนผ่าน" ที่เป็นการเจรจาความสัมพันธ์ "รูปแบบใหม่" กับสหภาพยุโรป ( อียู ) หลังการเบร็กซิตเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา และรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ขีดเส้นว่าต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค. นี้

สำหรับสาระสำคัญคือก่อนสิ้นสุดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน พลเมืองของสมาชิกอียู 27 ประเทศซึ่งอาศัยและทำงานอยู่ในสหราชอาณาจักร "ยังสามารถใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ได้ตามปกติ" ทว่านับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปีหน้า พลเมืองเหล่านี้ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกับพลเมืองของทุกประเทศนอกอียู
 

 
ทั้งนี้ บุคคลต่างชาติซึ่งประสงค์ทำงานในสหราชอาณาจักร แล้วได้รับการเสนอตำแหน่งงานที่มีค่าตอบแทนอย่างน้อยปีละ 25,600 ปอนด์ ( ราว 1.03 ล้านบาท ) จะได้รับคะแนนสะสมสูงสุด 20 คะแนน และอีก 20 คะแนนหากมี "ทักษะเหมาะสมกับงาน" และอีก 20 คะแนน "หากสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับที่นายจ้างต้องการ" แต่ค่าตอบแทนดังกล่าวลดลง 4,400 ปอนด์ ( ราว 161,461.68 บาท ) จากอัตราขั้นต่ำปัจจุบันสำหรับพลเมืองนอกอียู ซึ่งอยู่ที่ 30,000 ปอนด์ต่อปี ( ราว 1.21 ล้านบาท )
 
ขณะที่ตอนนี้แรงงานมีฝีมือต้องสำเร็จการศึกษาขั้นต่ำคือระดับมหาวิทยาลัย แต่ในอนาคตสามารถหางานทำได้โดยใช้วุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับ "เอ เลเวล" ซึ่งเป็นมาตรฐานวัดความรู้และทักษะทางวิชาการทางการศึกษาของสหราชอาณาจักร เพื่อให้มหาวิทยาลัยใช้พิจารณาคุณสมบัติก่อนรับเข้าศึกษาต่อ
 
นอกจากนี้ แนวทางของมาตรการใหม่จะช่วยลดจำนวนโควตาผู้อพยพต่อปีในสหราชอาณาจักรด้วย แม้ยังไม่มีการให้รายละเอียดชัดเจน แต่มีรายงานออกมาก่อนหน้านี้ว่า จะไม่ใช่แนวทางที่เสนอโดยพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งต้องการให้รัฐบาลลดโควตาผู้อพยพจากทุกประเทศรวมกัน "เหลือไม่เกิน 100,000 คน" จากปัจจุบันคือ "มากกว่า 200,000 คน".

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24