อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

สิงคโปร์ต้องการให้เฟซบุ๊กบล็อกเพจต่อต้านรัฐบาล

รัฐบาลสิงคโปร์ยื่นเรื่องถึงเฟซบุ๊ก เพื่อให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของโลกปิดกั้นการเข้าถึงหนึ่งในเพจต่อต้านรัฐ ที่ปฏิเสธปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านเฟคนิวส์ อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.35 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่ากระทรวงการสื่อสารและข้อมูลของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ว่าได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังเฟซบุ๊ก ขอให้มีการปิดกั้นการเข้าถึงเพจของ "เดอะ สเตทส์ ไทม์ส รีวิว” ( เอสทีอาร์ ) ซึ่งเป็นสำนักข่าวฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล เนื่องจากเป็นสื่อมวลชนที่ "นำเสนอข้อมูลข่าวสารเท็จซ้ำแล้วซ้ำเล่า"  และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
 
ด้านสำนักงานของเฟซบุ๊กที่สิงคโปร์ยังไม่แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว เฟซบุ๊กเคยขึ้นแถบคำเตือนประกอบการโพสต์ของนายอเล็กซ์ ตัน ผู้บริหารสูงสุดของเอสทีอาร์ ซึ่งถือสัญชาติออสเตรเลียและไม่เดินทางกลับสิงคโปร์มานานแล้ว ว่านำเสนอข้อมูลหลายอย่างเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ "คลาดเคลื่อนและบิดเบือน"

 

 
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลสิงคโปร์เกิดขึ้นหลังการอาศัยอำนาจตามความในกฎหมายต่อต้านข่าวสารและข้อมูลเท็จ หรือ “เฟคนิวส์” ประกาศให้เพจบนเฟซบุ๊กของเอสทีอาร์ คือเพจที่ “มีสถานะออนไลน์ต้องเปิดเผย” หรือ “ดีโอแอล” ( Declared Online Location : DOL ) ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา  และเตือนทุกภาคส่วนด้วยว่า การมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ "ทุกรูปแบบ" รวมถึงการสนับสนุนด้านการเงินให้แก่เอสทีอาร์ถือว่า "ผิดกฎหมาย"
 
ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์วิจารณ์เอสทีอาร์อย่างหนัก ว่าเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารที่ทั้งไม่เป็นจริงและบิดเบือนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งมีการสั่งให้แก้ไขแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถึงเรื่องล่าสุดคือการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ว่ารัฐบาลไม่สามารถแกะรอยผู้ติดเชื้อได้แม้แต่คนเดียว การที่ผู้ถือหนังสือเดินทางจีนที่มีใบอนุญาตทำงานในสิงคโปร์มากกว่า 30,000 คนยังไม่ได้กลับเข้าประเทศ นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดโรค และรัฐบาลสิงคโปร์สั่งห้ามประชาชนสวมหน้ากากอนามัย
 
หลังจากนั้น นายกัง กิม หยง รมว.กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ แสดงหลักฐานแก้ต่างรายงานทั้งหมดของเอสทีอาร์ที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 แต่เอสทีอาร์ยังคงปฏิเสธแก้ไขเนื้อหาตามคำสั่งของรัฐบาล อนึ่ง กฎหมายต่อต้านเฟคนิวส์ของสิงคโปร์มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว มีบทลงโทษสูงสุดคือการรับโทษจำคุกนาน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 22.45 ล้านบาท ).


เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18