อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563

มหาเธร์เตือนพรรคร่วมรัฐบาลสามัคคีกัน

ดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เรียกร้องความเป็นเอกภาพภายในพรรคพันธมิตรร่วมรัฐบาล หลังแพ้เลือกตั้งซ่อมมาแล้ว 5 ครั้ง แต่เชื่อว่าความปราชัยดังกล่าวยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่า รัฐบาลชุดนี้ "จะอยู่ได้เพียงสมัยเดียว" จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 เวลา 14.30 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ว่าดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวระหว่างการลงพื้นที่เกาะลังกาวี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันจันทร์ ว่าเขาเคยเตือนบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลหลายครั้งแล้วว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยต้องการความสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากประชาชน แต่พรรคร่วมรัฐบาลกลับเดินสวนทาง โดยยังคงเอาแต่ทะเลาะและแบ่งแยกกันเอง หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป รัฐบาลผสมจะยิ่งไร้เสถียรภาพ

 

ทั้งนี้ แนวร่วมพรรคการเมืองสายกลาง-ซ้ายในนาม “ปากาตัน ฮาราปัน” หรือ “พันธมิตรแห่งความหวัง” ที่ประกอบด้วย 4 พรรค นำโดยพรรคความยุติธรรมปวงชน ( พีเคอาร์ ) ของนายอันวาร์ อิบราฮิม และพรรคเบอร์ซาตูของดร.มหาเธร์ ร่วมกันคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพ.ค. 2561 เปลี่ยนขั้วรัฐบาลจาก "แนวร่วมแห่งชาติ" ( บีเอ็น ) ซึ่งมีพรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ ( อัมโน ) เป็นแกนนำ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2500

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นความนิยมของชาวมาเลเซียที่มีต่อปากาตัน ฮาราปัน กลับลดลง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่ายังไม่สามารถปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาสำคัญที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียง ทั้งการยกระดับธรรมาภิบาล และการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงการพิทักษ์สิทธิของพลเมืองเชื้อสายมาเลย์ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ในประเทศ หลายฝ่ายมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ปากาตัน ฮาราปัน พ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อม 5 ครั้ง จากทั้งหมดอย่างน้อย 10 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำมาเลเซียวัย 94 ปียอมรับผลการเลือกตั้ง แต่กล่าวด้วยว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมไม่อาจบ่งชี้ว่าปากาตัน ฮาราปัน จะต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งสนามใหญ่ครั้งต่อไป
 
อนึ่ง อีกประเด็นสำคัญและเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น คือ “ความชัดเจน” ของการที่ดร.มหาเธร์จะถ่ายโอนอำนาจให้แก่ “ทายาทการเมือง” คืออันวาร์ ตามสัญญาคือภายในระยะเวลา 2 ปีหลังชนะการเลือกตั้ง แต่ผู้นำมาเลเซียกล่าวว่าเขา “ยังต้องการเวลา” เพื่อจัดการปัญหาที่ค้างคาให้ลุล่วง ก่อนส่งไม้ต่อให้กับอันวาร์ในช่วงเวลาที่เหลือ  จนถึงการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ในปี 2566 แม้ดร.มหาเธร์กล่าวอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ ว่าการถ่ายโอนอำนาจจะเกิดขึ้นหลังมาเลเซียเสร็จสิ้นการเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ( เอเปก ) ในเดือนพ.ย.นี้ ทว่าดร.มหาเธร์ยังคงปฏิเสธกำหนดช่วงเวลาชัดเจน ว่านานแค่ไหนหลังการประชุมเอเปก.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
               
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 14