อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

ทรัมป์เปิดทำเนียบขาวต้อนรับรมว.ต่างประเทศรัสเซีย

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ผู้นำสหรัฐรับตำแหน่ง และหารือหลายเรื่องกับนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แต่ยังมีความเห็นต่างกันอย่างชัดเจนเรื่องความร่วมมือนิวเคลียร์ พุธที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา 08.44 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้การต้อนรับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีบ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันอังคาร ซึ่งถือเป็นการเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ของเจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของรัฐบาลมอสโก นับตั้งแต่ทรัมป์รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เมื่อปลายเดือนม.ค. 2560 โดยการเยือนครั้งแรกของลาฟรอฟเกิดขึ้น 6 เดือนหลังการรับตำแหน่งของทรัมป์
 
 

ทั้งนี้ ทรัมป์ยังสงวนท่าทีในการกล่าวโดยตรงว่าได้หารือกับลาฟรอฟในเรื่องใดบ้าง แต่ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ว่าผู้นำสหรัฐเตือนรัสเซียให้ "ถอยห่างจากความพยายาม" แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ของอเมริกาในปีหน้า ขณะที่รัฐบาลมอสโกต้องการให้สหรัฐเผยแพร่ข้อมูลการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและช่วยให้รัฐบาลมอสโกพ้นจากข้อครหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐเมื่อปี 2559 เสียที แต่รัฐบาลวอชิงตันยังคงปฏิเสธเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
 

 
ต่อจากนั้นลาฟรอฟพบกับนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และมีการแถลงร่วมกันว่ามีการหารือร่วมกันในหลายประเด็น ตั้งแต่การเลือกตั้งของสหรัฐ ไปจนถึงสถานการณ์ในยูเครน ซีเรีย เกาหลีเหนือ ความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจ โดยในส่วนของความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ ที่ตอนนี้ทั้งสองประเทศเหลือสนธิสัญญาร่วมกันเพียงฉบับเดียว คือ สนธิสัญญาว่าด้วยการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ในชื่อ  "นิว สตาร์ท" ซึ่งจะครบกำหนดอายุการมีผลบังคับใช้ 10 ปี ในเดือนก.พ. 2564

นายไมค์ ปอมเปโอ ต้อนรับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน
 
อย่างไรก็ตาม ปอมเปโอยังคงสงสนท่าทีในเรื่องการต่อสัญญา ซึ่งรัสเซียกล่าวว่าควรเกิดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ แต่กล่าวว่าสหรัฐต้องการให้จีนเข้าร่วมการเจรจาเพื่อขยายขอบเขตของสนธิสัญญาฉบับนี้
 
อนึ่ง การเยือนกรุงวอชิงตันของลาฟรอฟเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่คณะกรรมาธิการด้านกระบวนการยุติธรรมของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ประกาศทำบทบัญญัติว่าด้วยการถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐ  ฐานใช้อำนาจมิชอบและการขัดขวางการทำงานของสภาคองเกรส จากจุดเริ่มต้นคือบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการพาดพิงถึงนายฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายของอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เป็นหนึ่งในตัวเก็งคว้าตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในปีหน้า.

เครดิตภาพ : AFP, AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34