อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563

ทรัมป์ขู่เกาหลีเหนือจะเสียทุกอย่างหลังทดสอบสิ่งปริศนา

ประธานาธิบดีสหรัฐเตือนผู้นำเกาหลีเหนือ "จะหมดสิ้นทุกสิ่ง" รวมถึง "ความสัมพันธ์พิเศษ" ที่มีต่อกัน หลังรัฐบาลเปียงยางอ้าง "การทดสอบครั้งยิ่งใหญ่" ภายในสถานีอวกาศซึ่งเคยเผยว่าทำลายไปแล้ว จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 07.38 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงการที่เกาหลีเหนือประกาศ "การทดสอบครั้งสำคัญอย่างยิ่ง" จากฐานปล่อยดาวเทียมภายในสถานีอวกาศโซแฮ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แม้ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นการทดสอบอะไร แต่อ้างว่าการทดสอบดังกล่าวจะก่อให้เกิด "ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในทางยุทธศาสตร์" ของเกาหลีเหนือ ว่านายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นคนฉลาดมากจนน่าจะตระหนักได้เป็นอย่างดี ว่าเขาจะ "สูญเสียทุกอย่าง" หากเดินหน้านโยบายข่มขู่คุกคาม "ที่ไม่เป็นมิตร" ต่อสหรัฐ
 

 
ทรัมป์กล่าวด้วยว่า เกาหลีเหนือภายใต้การปกครองของนายคิม จอง-อึน ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่รัฐบาลเปียงยางต้องดำเนินการปลดอาวุธนิวเคลียร์ตามที่ได้ลงนามอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกับเขา ระหว่างการประชุมร่วมกันที่สิงคโปร์ เมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว พร้อมทั้งกล่าวเชิงเตือนเป็นนัยว่า โดยส่วนตัวเขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะยอมยุติ "ความสัมพันธ์พิเศษ" กับผู้นำสหรัฐ หรือ "แทรกแซง" การเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะมีขึ้นในปีหน้าด้วย
 

 
ด้านนายโรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว กล่าวถึงความเคลื่อนไหวที่สถานีอวกาศโซแฮ สถานที่ซึ่งเกาหลีเหนือเคยเผยว่า "ได้ทำลายแล้ว" หลังสิงคโปร์ซัมมิต ว่าหวังให้ไม่ใช่การเตรียมกลับมารื้อฟื้นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากจะถือเป็น "ความผิดพลาดมหันต์" สำหรับรัฐบาลเปียงยาง อย่างไรก็ตาม นายคิม ซอง เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวว่าสหรัฐใช้ประเด็นการหารือกับเกาหลีเหนือเป็นเพียง "โฆษณาชวนเชื่อ" เพื่อหวังผลทางการเมืองในประเทศเท่านั้น แต่ตอนนี้รัฐบาลเปียงยางมองการเจรจาระยะยาวกับสหรัฐ "ไม่จำเป็นอีกต่อไป"  โดยเฉพาะประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ที่ไม่ใช่หัวข้อหลักของการพบหารือมานานแล้ว.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 41