อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 11 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 11 ธันวาคม 2562

เมินคำเตือน!"ม็อบฮาร์ดคอร์"ในโพลียูปฏิเสธมอบตัวตร.

ผู้ประท้วงชุดดำหัวรุนแรงในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค ซึ่งตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของตำรวจตั้งแต่วันอาทิตย์ ยังคงยืนกรานปฏิเสธมอบตัวต่อตำรวจ แม้มี "คำเตือน" อย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17.37 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ว่าแม้นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนในคณะผู้บริหาร ออกมาเรียกร้องให้ผู้ประท้วง 100 ถึง 200 คน ที่ยังอยู่ภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค ( โพลียู ) บนฝั่งเกาลูน ที่ตำรวจปราบจลาจลกระจายกำลังปิดล้อมรอบทิศตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา “วางอาวุธและปฏิบัติตามคำสั่งของตำรวจ” เพื่อให้วิกฤตการณ์ครั้งนี้ “คลี่คลายอย่างสันติ” ขณะที่ตำรวจเตือนให้ผู้ประท้วงทุกคน “ยอมรับผลจากการกระทำของตัวเอง” โดยผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปจะถูกจับกุมและดำเนินคดีทันทีในข้อหาก่อการจลาจล ส่วนผู้อายุน้อยกว่านั้นแม้ยังไม่ถูกดำเนินคดี แต่มีการบันทึกประวัติและการสอบสวนเฉพาะผู้ปกครองก่อน ทว่าอาจตามด้วยการดำเนินคดีในอนาคตนั้น
 


 

ผู้ประท้วงซึ่งเป็นเด็กสาววัย 16 ปีคนหนึ่ง กล่าวหลังมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่เมื่อคืนวันจันทร์ ว่าทุกคนที่ยังอยู่ภายในโพลียูหวาดกลัวการถูกจับกุม แต่โดยส่วนตัวเธอรู้สึก “อับจนหนทาง” และเลือกที่จะมอบตัว สอดคล้องกับคำกล่าวของผู้ประท้วงประมาณ 600 คนซึ่งทยอยมอบตัวต่อตำรวจ ซึ่งให้ข้อมูลตรงกันด้วยว่า เสบียงที่กักตุนไว้ภายในมหาวิทยาลัยร่อยหรอลงทุกขณะ ผู้ประท้วงส่วนใหญ่อยู่ในภาวะเสียขวัญและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก


 
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ประท้วงหัวรุนแรงที่อยู่แดนหน้าทุกครั้งในการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ยืนยันจะปักหลักอยู่ภายในมหาวิทยาลัยต่อไปจนกว่า “ภารกิจจะสำเร็จลุล่วง” โดย “แมทธิว” นักศึกษาสาขาวิศวกรรมเครื่องกล กล่าวว่าคำหว่านล้อมของทั้งรัฐบาลและตำรวจทำให้ผู้ประท้วงเข้าใจว่า “มีสองทางเลือก” แต่แท้จริงแล้วมีทางเลือกเดียวคือ “การรับโทษจำคุก” ด้าน "ที" ผู้ประท้วงวัย 21 ปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่สมัครใจมอบตัวต่อตำรวจ กล่าวว่าผู้ประท้วงแนวฮาร์ดคอร์มองว่า “มาถึงจุดที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป”
 

 
ต่อมาสำนักงานตำรวจฮ่องกงออกแถลงการณ์ว่า เฉพาะในการปะทะเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ตำรวจปฏิบัติการจู่โจมเข้าไปภายในโพลียูนั้น เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตา 1,458 นัด กระสุนยาง 1,391 นัด กระสุนถั่ว 325 นัด และกระสุนหัวปลายฟองน้ำ 265 นัด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบ “คลังแสงระเบิดเพลิง” มากกว่า 8,000 ขวด ที่มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง ( ซียูเอชเค ) วิทยาเขตซาถิ่น ซึ่งเป็น “สมรภูมิ” ระหว่างตำรวจกับกลุ่มผู้ประท้วงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นายหลิว เสี่ยวหมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหราชอาณาจักร
   
นอกจากนี้ การที่สภาประชาชนแห่งชาติ ( เอ็นพีซี ) ในกรุงปักกิ่ง เตือนศาลไฮคอร์ตของฮ่องกง ว่า "ศาลทุกแห่งในฮ่องกงไม่มีอำนาจตัดสินคดีใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเบสิกลอว์ ซึ่งรวมถึงคำสั่งพิเศษห้ามผู้ประท้วงสวมหน้ากาก" เนื่องจากคณะกรรมการถาวรของเอ็นพีซีเท่านั้นที่มีอำนาจ "ชี้ขาด" ว่ากฎหมายหรือการใช้อำนาจใดของทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติในฮ่องกง สอดคล้องกับเบสิกลอว์หรือไม่ และการที่นายหลิว เสี่ยวหมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหราชอาณาจักร กล่าวว่าแผ่นดินใหญ่ “มีนโยบายชัดเจนและอำนาจที่มากพอ” ในการยุติสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกง อีกทั้งยังกล่าวถึงการที่สื่อตะวันตกมักรายงานว่า รัฐบาลปักกิ่งอาจส่งเจ้าหน้าที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) เข้าสู่ฮ่องกง ว่า “พีแอลเอประจำการอยู่ที่นั่นมาตลอด” เพิ่มความวิตกกังวลให้กับหลายฝ่ายต่อ “จุดจบ” ของวิกฤตการณ์ที่โพลียู.

เครดิตภาพ : AFP
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    7%
  • ไม่เห็นด้วย
    93%

บอกต่อ : 25