อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

สหราชอาณาจักรได้ประธานสภาสามัญคนใหม่

เซอร์ลินด์ซีย์ ฮอยล์ สมาชิกอาวุโสจากพรรคแรงงาน ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุม ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาสามัญของสหราชอาณาจักรคนใหม่ อังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.18 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่าที่ประชุมสภาสามัญมีมติเสียงข้างมากเมื่อวันจันทร์ 325 เสียง เลือกเซอร์ลินด์ซีย์ ฮอยล์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาสามัญคนใหม่ ต่อจากนายจอห์น เบอร์โคว ซึ่งลาออกจากตำแหน่งหลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ครบ 2 สมัย และกินเวลานานกว่า 10 ปี โดยหลังจากการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ เป็นธรรมเนียมที่สมาชิกต้องร่วมกันลากตัวประธานสภาคนใหม่ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าประธานสภาสามัญจะต้องไม่กระทำการใดให้ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท
 



 
ทั้งนี้ เซอร์ฮอยล์ วัย 62 ปี ถือเป็นหนึ่งในสมาชิกอาวุโสของสภาสามัญ โดยได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2540 ในฐานะสมาชิกสภาสามัญสังกัดพรรคแรงงาน เขตเลือกตั้งชอร์ลีย์ ของมณฑลแลงคาสเชอร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ และได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งรองประธานสภาสามัญเมื่อเดือนมิ.ย. 2553 อนึ่ง เพื่อแสดงความเป็นกลางอย่างแท้จริง เซอร์ฮอยล์เตรียมลาออกจากสมาชิกพรรคแรงงาน เช่นเดียวกับเบอร์โควซึ่งลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมหลังได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาสามัญ


 

 
ด้านนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กล่าวแสดงความยินดีต่อประธานสภาสามัญคนใหม่ ซึ่งรับตำแหน่งในช่วงที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาเบร็กซิต และการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดครั้งใหม่ในวันที่ 12 ธ.ค. นี้ ซึ่งจะต้องมีการยุบสภา หมายความว่าระหว่างนี้เซอร์ฮอยล์จะยังไม่สามารถปฏิบัติงานได้จนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้ง ขณะที่เซอร์ฮอยล์กล่าวขอบคุณความไว้วางใจจากบรรดาสมาชิก และกล่าวว่าเขา "ไม่ใช่จอห์น เบอร์โคว" สะท้อนว่ารูปแบบในการควบคุมที่ประชุมของเซอร์ฮอยล์จะ "แตกต่าง" จากเบอร์โคว อดีตประธานสภาวัย 56 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการใช้น้ำเสียง "ออเดอร์!" เพื่อให้ที่ประชุมอยู่ในความสงบ และลีลาการรักษาระเบียบในสภาที่ "เป็นเอกลักษณ์" ตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23