อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562

ตำรวจฮ่องกงมีอำนาจสั่งให้ "ทุกคน" ถอดหน้ากาก

ตำรวจฮ่องกง "มีอำนาจ" ในการขอให้ "บุคคลใดก็ตาม" ไม่เว้นผู้สื่อข่าวและผู้มีปัญหาทางสุขภาพ ถอดหน้ากากเพื่อตรวจสอบตัวตน โดยผู้ที่ขัดขืนอาจถูกจับกุม ศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 เวลา 07.17 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 ต.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวตำรวจฮ่องกง ว่าผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจฮ่องกงเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลแนวหน้า 400 นาย ที่สำนักงานใหญ่ในย่านหว่านไจ๋ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำสั่งจากอำนาจพิเศษของคณะผู้บริหารฮ่องกง ซึ่งห้ามการสวมหน้ากากและปิดบังใบหน้าด้วยวิธีใดก็ตาม เมื่ออยู่ในสถานการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ ที่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นอีกในช่วงสุดสัปดาห์นี้
 



 
แม้นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง กล่าวว่าคำสั่งดังกล่าวมีข้อยกเว้นให้กับตำรวจ และผู้ที่ปฏิบัติงานภาคสนามซึ่งจำเป็นต้องสวมหน้ากากหรือปกคลุมใบหน้าเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้ที่กำลังเข้ารับการรักษาทางการแพทย์และมีใบรับรองอย่างเป็นทางการ และการปกคลุมใบหน้าด้วยเหตุผลทางศาสนา อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมครั้งนี้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า คำสั่งของแลมมอบ "อำนาจพิเศษ" ให้แก่ตำรวจ ในการขอให้บุคคลใดก็ตามโดยเฉพาะสื่อมวลชน ถอดหน้ากากและเครื่อปิดบังใบหน้าออก และต้องแสดงเอกสารยืนยันการเป็นผู้สื่อข่าว เมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น บุคคลนั้นสามารถสวมหน้ากากได้ตามเดิม แต่หากไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการจับกุม แล้วค่อยมาแก้ต่างในชั้นศาล นาจของตำรวจในการขอให้บุคคลถอดหน้ากากหรือสิ่งปิดบังใบหน้าครอบคลุมผู้มีปัญหาด้านสุขภาพด้วย นับว่าเพื่อป้องกันการแอบอ้างและแฝงตัวของผู้ประท้วง
 



 
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจฮ่องกงยอมรับว่าเจ้าหน้าที่แนวหน้าได้รับแจ้งเรื่องข้อบังคับห้ามสวมหน้ากากระหว่างการชุมนุมประท้วง "อย่างกะทันหัน" และตำรวจสั่งให้ผู้สื่อข่าวหลายคนถอดหน้ากากเพื่อขอตรวจสอบตัวตน สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่บรรดาสื่ออมวลชน อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้สื่อข่าวฮ่องกงยังคง "วิตกกังวล" ต่อการเพิ่มความเข้มงวดของตำรวจในการตรวจสอบตัวตนของผู้ที่สวมหน้ากากหรืออำพรางใบหน้า ว่าอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวภาคสนามที่ปฏิบัติงานในแนวหน้า.

เครดิตภาพ : AP, REUTERS
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23