อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562

ฮ่องกง"เป็นอัมพาต"หลังรัฐบาล"ห้ามม็อบใส่หน้ากาก"

นอกจากรถไฟใต้ดินที่หยุดให้บริการทุกเส้นทางตลอดวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. นี้แล้ว ศูนย์การค้า ธนาคาร และห้างร้านแทบทั้งเกาะฮ่องกงปิดบริการเช่นกัน หลังสถานการณ์จลาจลทวีความรุนแรง จากการที่รัฐบาลฮ่องกงงัดอำนาจพิเศษ ห้ามผู้ประท้วงสวมหน้ากากระหว่างชุมนุม เสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562 เวลา 13.02 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ว่าสืบเนื่องบริษัทเอ็มทีอาร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชนเร็วใต้ดินหรือรถไฟฟ้าใต้ดินของฮ่องกง ออกแถลงการณ์เมื่อช่วงรุ่งสางของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ประกาศปิดให้บริการรถไฟใต้ดินทุกสถานี รวมถึงบริการรถไฟสายด่วนเข้าออกท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ตลอดทั้งวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. นี้ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ประท้วงรุนแรง ไม่พอใจที่คณะผู้บริหารฮ่องกงใช้อำนาจพิเศษเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี ห้ามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลสวมหน้ากากและเครื่องปิดบังใบหน้าทุกชนิด รวมถึงการห้ามทาสีบนใบหน้า
 




นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง
 
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างน้อย 20 แห่งรวมถึง โซโก ซิตีพลาซา และโยโฮ มอลล์ ประกาศปิดให้บริการในวันเสาร์นี้อย่างน้อย 1 วัน เช่นเดียวกับ ปาร์คแอนด์ช้อป หนึ่งในเครือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่สุดของฮ่องกง ซึ่งจะเปิดให้บริการเฉพาะที่สาขาท่าอากาศยานนานาชาติเท่านั้น ขณะที่องค์กรระบบการเงินฮ่องกงที่เสมือนธนาคารกลางฮ่องกงออกแถลงการณ์ให้ประชาชนทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ให้มากที่สุด เนื่องจากเหลือตู้กดเงินสดหรือตู้เอทีเอ็มที่ยังใช้การได้ไม่มากนัก เพราะที่เหลือถูกกลุ่มผู้ประท้วงหัวรุนแรงทุบทำลายจนเสียหาย และสาขาของธนาคารหลายแห่งถูกบุกเข้าไปทำลายทรัพย์สิน รวมถึงแบงก์ออฟไชนาของแผ่นดินใหญ่
 





 
ทั้งนี้ นอกเหนือจากมาตรการห้ามผู้ประท้วงอำพรางใบหน้าทุกรูปแบบแล้ว นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง ยังกล่าวว่าเธอจะ "พิจารณาใช้อำนาจพิเศษ" หรือ "อำนาจฉุกเฉินอื่นเพิ่มเติม"  หากสถานการณ์ยื่งทวีความรุนแรง ซึ่งแลมไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าเธอจะดำเนินการอย่างไร แต่อำนาจของเธอนั้นรวมถึงการสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตรวจค้นผู้ต้องสงสัยโดยไม่ต้องมีหมายศาล และมาตรการ "ควบคุมสื่อ"


 




 
อย่างไรก็ตาม หากมาตรการทั้งหมดยังไม่ได้ผล เริ่มมีการคาดการณ์มากขึ้นแล้วว่า รัฐบาลฮ่องกงอาจใช้มาตรา 14 ของเบสิกลอว์ "ขอความช่วยเหลือ" จากกองทหารรักษาการณ์ประจำฮ่องกงของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) และมาตรา 18 ที่หลายฝ่ายมองว่า "เป็นไม้ตาย" ของแลม คือการส่งเรื่องไปยังสภาประชาชนแห่งชาติ ( ซีพีซี ) ในกรุงปักกิ่ง ขอให้พิจารณาประกาศระหว่าง "สถานการณ์ฉุกเฉิน" หรือ "กฎอัยการศึก" ที่ไม่ว่าจะเป็นทางใดหมายความว่ารัฐบาลปักกิ่งจะใช้ "กฎหมายของตัวเอง" ควบคุมสถานการณ์ในฮ่องกง.

เครดิตภาพ : AFP,AP, REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 46