อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

รมช.กระทรวงต่างประเทศอังกฤษเยือนไทย

นางเฮเธอร์ วีลเลอร์ รมช.กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร เยือนไทยในวันที่ 19 ก.ย.นี้ เพื่อพบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยทั้งในด้านนโยบายต่างประเทศ ความร่วมมือทางการค้า การส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน พุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 16.57 น.

สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ว่านางเฮเธอร์ วีลเลอร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งดูแลภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เดินทางเยือนลาว กัมพูชา และไทย เพื่อหารือเรื่องการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับภูมิภาค บทบาทของสตรี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

วันที่16 กันยายน เฮเธอร์ วีลเลอร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร เริ่มต้นการเดินทางเยือนภูมิภาคนี้ที่นครเวียงจันทน์ และจะพบกับ ฯพณฯ แสงเพ็ด ฮุ่งบุนยวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศลาว เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมถึงการค้า และจะพบกับ ฯพณฯ บุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลาว เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักร-ลาว ในการต่อสู้กับการดื้อยาต้านจุลชีพ หลังจากนั้นจะเดินทางไปเยี่ยมโครงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นโครงการที่ทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศและในประเทศลาว เพื่อกวาดล้างทุ่นระเบิดที่มีอยู่และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของทุ่นระเบิดในภูมิภาค

โดยรัฐมนตรีมีภารกิจดังนี้
·         พบกับสมาชิกรัฐสภาหญิงแห่งชาติลาวเพื่อหารือเกี่ยวกับการทำงานของ
          Westminster Foundation for Democracy ในการสนับสนุนสมัชชาแห่งชาติลาว
·         เยี่ยมชมการใช้กีฬารักบี้ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของหญิงสาวและเด็กผู้หญิงในลาว
·         พบปะกับนักศึกษาในนครเวียงจันทน์เพื่อหารือเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย


ในวันอังคารที่ 17 กันยายน ได้เดินทางไปยังกรุงพนมเปญ โดยเข้าพบฯพณฯ ปรัก  สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา จากนั้น จะพบกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือในประเด็นสำคัญของความร่วมมือแบบทวิภาคีระหว่างสหราชอาณาจักร-กัมพูชา ได้แก่ รัฐมนตรีอาวุโสดูแลรับผิดชอบเกี่ยวการเก็บกู้ทุ่นระเบิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีกิจการสตรี

หลังจากนั้นจะเดินทางมายังกรุงเทพฯ และเข้าพบนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน เพื่อหารือความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้จะหารือเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของสตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิง และเยี่ยมชมดูภารกิจสำคัญของแผนกกงสุลของสถานทูตอังกฤษที่ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรไทยต่างๆในการช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการข่มขืนและการประทุษร้ายทางเพศ

ทั้งนี้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเป็นประเทศมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความแห้งแล้ง และอุทกภัย รัฐมนตรีประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจะนำประเด็นที่หารือในประเทศลาว กัมพูชา และไทย ไปใช้เพื่อย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือว่าด้วยประเด็นปัญหาสภาพภูมิอากาศและความเป็นผู้นำของสหราชอาณาจักร รวมถึงการเป็นเจ้าภาพการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP 26) ที่กลาสโกว์ในปี 2563

ก่อนที่จะเดินทางมาเยือนภูมิภาคนี้ เฮเธอร์ วีลเลอร์ รัฐมนตรีประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า

Brexit คือโอกาสของสหราชอาณาจักรที่จะคิดในระดับโลกอย่างแท้จริงด้วยเหตุนี้ ในฐานะรัฐมนตรีประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ดิฉันต้องการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ระหว่างการเยือนในครั้งนี้ ดิฉันจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหราชอาณาจักรในการช่วยเหลือประชาชนแห่งลุ่มแม่น้ำโขง และหวังว่าจะได้พูดคุยเกี่ยวกับโอกาสทางการค้า บทบาทของสตรีในสังคม และความท้าทายระดับโลกเช่นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


นายแอนโทนี สมิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิ Westminster Foundation for Democracy ในประเทศลาว กล่าวเกี่ยวกับการดำเนินงานมูลนิธิฯ ดังนี้ การส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศ เป็นส่วนที่สำคัญในการดำเนินงานของเราทั่วโลก รวมถึงในประเทศลาว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงประสานร่วมกับสมัชชาแห่งชาติลาว เพื่อช่วยให้มีกฎหมายใหม่ๆ เช่น ร่างกฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคทางเพศ ที่จะคุ้มครองสตรีได้ดีขิ่งขึ้น โดยสอดคล้องกับพันธสัญญาระหว่างประเทศของลาว

ข้อมูลภูมิหลัง
มีชาวกัมพูชากว่า 185,000 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในประเทศกัมพูชา สนับสนุนจากสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ช่วยเหลือให้มีการกวาดล้างพื้นที่กว่า 6 ล้านตารางเมตรในกัมพูชาที่มีทุ่นระเบิดตกค้าง มีผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงเกือบ 8,000 คน และมีผู้ได้รับความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดอีกกว่า 6,895 คน.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 31