อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

สหรัฐเลื่อนเวลาแบน'หัวเว่ย' ออกไปอีก 90 วัน

รัฐบาลวอชิงตันต่อเวลาให้บริษัมหัวเว่ยของจีนสามารถค้าขายร่วมกับผู้ประกอบการในสหรัฐต่อได้อีก 90 วัน แต่ขึ้นบัญชีดำบริษัทย่อยของหัวเว่ยเพิ่มอีกเกือบ 50 แห่ง อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 09.30 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่านายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ แถลงเมื่อวันจันทร์ เรื่องการขยายระยะเวลาผ่อนผันให้แก่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีน เพิ่มอีก 90 วัน ในการค้าขายและจัดการเรื่องธุรกรรมกับบริษัทคู่ค้าในสหรัฐ หลังเส้นตาย 90 วัน "รอบแรก" หมดอายุเมื่อวันจันทร์พอดี
 
ทั้งนี้ การแถลงยืนยันของรอสส์ที่หมายความว่า กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐจะยังคงใช้เวลาในช่วงผ่อนผันนี้ เดินหน้าพิจารณาใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศต่อไป ในการค้าขายและทำธุรกรรมร่วมกับหัวเว่ย ตราบใดที่ความร่วมมือนั้น "ไม่สร้างความเสี่ยงและส่งผลกระทบด้านความมั่นคง" และเพื่อให้เป็นไปตามหนึ่งในเงื่อนไขของ "ข้อตกลงสงบศึก" ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งพบหารือกันระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ "จี20" ที่เมืองโอซาก้าของญี่ปุ่น เมื่อปลายดือนมิ.ย. ที่ผ่านมาด้วย แม้ทรัมป์กล่าวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเขาไม่ต้องการให้สหรัฐคบค้าสมาคมกับหัวเว่ย "ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง"
 

อย่างไรก็ตาม รอสส์กล่าวด้วยว่าแม้กระทรวงพาณิชย์ต่อเวลาให้แก่หัวเว่ยอีก 90 วัน แต่รัฐบาลวอชิงตันจะเพิ่มรายชื่อบริษัทที่เป็นตัวแทนหรือคู่สัญญาของหัวเว่ยอีก 46 แห่งเข้าสู่บัญชีดำด้วย ส่งผลให้ตอนนี้รายชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหัวเว่ยซึ่งอยู่ในบัญชีดำดังกล่าวเพิ่มเป็นมากกว่า 100 แห่งแล้ว ขณะที่หัวเว่ยยังไม่แสดงท่าทีใด
 
อนึ่ง ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา ประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉินด้านเทคโนโลยี" เพื่อพิทักษ์ระบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐจาก "การรุกรานโดยศัตรู" แม้ผู้นำสหรัฐยืนยันว่าไม่มีเจตนาพุ่งเป้าไปที่บริษัทใดโดยตรง แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่าคือคำสั่งซึ่งพุ่งไปที่หัวเว่ยโดยตรง ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดมาอยู่แถวหน้าของการเป็นผู้พัฒนาระบบโครงข่าย 5 จี และอุปกรณ์ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมอีกหลายประเภท.

เครดิตภาพ : AFP
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

บอกต่อ : 28