อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

จำนวนผู้ป่วยโรคหัดทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า

องค์การอนามัยโลกรายงานว่า จำนวนผู้ป่วยโรคหัดบนโลกตลอด 7 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปีที่แล้วเป็นมากกว่า 360,000 คน พุธที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 10.10 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่าองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ออกรายงานเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคหัดระหว่างเดือนม.ค.ถึงก.ค. ปีนี้ ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่อย่างน้อย 364,808 คน เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่เพียง 129,239 คน และเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2549 ขณะเดียวกัน รายงานของดับเบิลยูเอชโอระบุด้วยว่า การที่สถิติดังกล่าวเป็นเพียงจำนวนที่ "ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ" จากรัฐบาลของแต่ละประเทศเท่านั้น หมายความว่าในความเป็นจริงจำนวนผู้ป่วยอาจมากกว่านั้น และดับเบิลยูเอชโอประเมินว่าตัวเลขที่ได้รับรายงานมานั้นอาจเป็นเพียง 1 ใน 10 ของผู้ติดเชื้อจริงเท่านั้น

 

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคหัดในยูเครน มาดากัสการ์ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( ดีอาร์คองโก ) เป็น 3 ประเทศที่ดับเบิลยูเอชโอมองว่าน่าวิตกกังวลที่สุด โดยเฉพาะดีอาร์คองโกยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งคร่าชีวิตจประชาชนมากกว่า 1,800 คน นับตั้งแต่เดือนส.ค. ปีที่แล้ว ส่วนจำนวนผู้ป่วยจากโรคหัดในมาดากัสการ์อยู่ที่ประมาณ 127,500 คน ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แต่หลังจากนั้นสถิติลดลงมาก เนื่องจากรัฐบาลประกาศแคมเปญฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดแห่งชาติ โดยดับเบิลยูเอชโอให้การสนับสนุน
 
ทั้งนี้ นอกจาก 3 ประเทศดังกล่าวแล้ว รายงานของดับเบิลยูเอชโอยังแสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคหัดในอีกหลายประเทศ ที่รวมถึงแองโกลา แคเมอรูน ชาด คาซัคสถาน ไนจีเรีย ซูดาน ซูดานใต้ ไทยและฟิลิปปินส์ ส่วนสถานการณ์ในโลกตะวันตกน่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะความเชื่อเรื่อง "ลัทธิต่อต้านการฉีดวัคซีน" โดยจำนวนผู้ป่วยโรคหัดในสหรัฐอยู่ที่อย่างน้อย 1,164 คนตั้งแต่ต้นปีนี้ แต่ตลอดทั้งปีที่แล้วอยู่ที่เพียง 372 คน และสถิติผู้ป่วยในทวีปยุโรปรวมกันอยู่ที่เกือบ 90,000 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว.

เครดิตภาพ : AP


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31