อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

อินเดียปฏิเสธขอให้ทรัมป์เป็น "คนกลาง" เรื่องแคชเมียร์

รัฐบาลอินเดียกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีไม่เคยขอร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำหน้าที่ "ผู้ไกล่เกลี่ย" ปัญหาเรื่องแคชเมียร์กับปากีสถาน ตามที่ผู้นำสหรัฐกล่าวอ้าง อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 เวลา 12.13 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ว่ารัฐบาลนิวเดลีไม่เคยขอความช่วยเหลือจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนใดในรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบัน ให้ทำหน้าที่ "ผู้ไกล่เกลี่ย" ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน จากกรณีพิพาทเรื่องภูมิภาคแคชเมียร์ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้แม้ยืดเยื้อมานานนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร แต่ "เป็นปัญหาระดับทวิภาคีที่คู่กรณีทั้งสองประเทศเจรจากันเองได้"

 

 
แถลงการณ์ของอินเดียเผยแพร่ออกมาภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างทรัมป์ต้อนรับและพบหารือกับนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ผู้นำปากีสถาน ที่ทำเนียบขาว ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวในตอนหนึ่งว่า เขาสนทนากับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ "จี20" ที่เมืองโอซาก้าของญี่ปุ่น เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งโมดีถามว่าเขาพอจะทำหน้าที่ "คนกลาง" หรือ "ผู้ไกล่เกลี่ย" ได้หรือไม่ เมื่อเขาถามกลับว่าเรื่องอะไร ผู้นำอินเดียตอบว่า "เกี่ยวกับสถานการณ์ในแคชเมียร์" ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าเขาตอบตกลง ขณะที่ผู้นำปากีสถานกล่าวว่า "เป็นเรื่องดีและน่าสนใจ" หากมีประเทศใดสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้

นายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ผู้นำปากีสถาน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว

ทั้งนี้  ภูมิภาคแคชเมียร์ซึ่งเป็นดินแดนพิพาทระหว่างอินเดียกับปากีสถาน นับตั้งแต่นาทีแรกที่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2490 โดยทั้งสองประเทศซึ่งถือเป็น "มหาอำนาจด้านนิวเคลียร์" แห่งเอเชียใต้ ทำสงครามครั้งใหญ่เพื่อแย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือแคชเมียร์มาแล้ว 2 ครั้ง และตึงเครียดจนเกือบบานปลายเป็นสงครามครั้งที่ 3 เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา เป็นผลจากเหตุคาร์บอมบ์โจมตีรถบัสโดยสารของทหารอินเดียในเขตปุลวามาของรัฐชัมมูร์และกัศมีร์ คร่าชีวิตทหารมากกว่า 40 นาย สถานการณ์ดังกล่าวตึงเครียดนานหลายเดือนก่อนที่ทั้งสองประเทศจะตกลง "สงบศึก" ครั้งนี้กันได้.

เครดิตภาพ : AP,REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34