อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562

อินเดียปฏิเสธขอให้ทรัมป์เป็น "คนกลาง" เรื่องแคชเมียร์

รัฐบาลอินเดียกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีไม่เคยขอร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำหน้าที่ "ผู้ไกล่เกลี่ย" ปัญหาเรื่องแคชเมียร์กับปากีสถาน ตามที่ผู้นำสหรัฐกล่าวอ้าง อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 เวลา 12.13 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ว่ารัฐบาลนิวเดลีไม่เคยขอความช่วยเหลือจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนใดในรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบัน ให้ทำหน้าที่ "ผู้ไกล่เกลี่ย" ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน จากกรณีพิพาทเรื่องภูมิภาคแคชเมียร์ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้แม้ยืดเยื้อมานานนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร แต่ "เป็นปัญหาระดับทวิภาคีที่คู่กรณีทั้งสองประเทศเจรจากันเองได้"

 

 
แถลงการณ์ของอินเดียเผยแพร่ออกมาภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างทรัมป์ต้อนรับและพบหารือกับนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ผู้นำปากีสถาน ที่ทำเนียบขาว ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวในตอนหนึ่งว่า เขาสนทนากับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ "จี20" ที่เมืองโอซาก้าของญี่ปุ่น เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งโมดีถามว่าเขาพอจะทำหน้าที่ "คนกลาง" หรือ "ผู้ไกล่เกลี่ย" ได้หรือไม่ เมื่อเขาถามกลับว่าเรื่องอะไร ผู้นำอินเดียตอบว่า "เกี่ยวกับสถานการณ์ในแคชเมียร์" ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าเขาตอบตกลง ขณะที่ผู้นำปากีสถานกล่าวว่า "เป็นเรื่องดีและน่าสนใจ" หากมีประเทศใดสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้

นายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ผู้นำปากีสถาน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว

ทั้งนี้  ภูมิภาคแคชเมียร์ซึ่งเป็นดินแดนพิพาทระหว่างอินเดียกับปากีสถาน นับตั้งแต่นาทีแรกที่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2490 โดยทั้งสองประเทศซึ่งถือเป็น "มหาอำนาจด้านนิวเคลียร์" แห่งเอเชียใต้ ทำสงครามครั้งใหญ่เพื่อแย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือแคชเมียร์มาแล้ว 2 ครั้ง และตึงเครียดจนเกือบบานปลายเป็นสงครามครั้งที่ 3 เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา เป็นผลจากเหตุคาร์บอมบ์โจมตีรถบัสโดยสารของทหารอินเดียในเขตปุลวามาของรัฐชัมมูร์และกัศมีร์ คร่าชีวิตทหารมากกว่า 40 นาย สถานการณ์ดังกล่าวตึงเครียดนานหลายเดือนก่อนที่ทั้งสองประเทศจะตกลง "สงบศึก" ครั้งนี้กันได้.

เครดิตภาพ : AP,REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36