อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

สภาล่างสหรัฐปัดตกญัตติถอดถอนทรัมป์จากปม "เหยียดผิว"

สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีมติเสียงข้างมากท่วมท้น ปัดตญัตติพิจารณาถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐ จากข้อครหา "เหยียดผิว" พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.42 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่าสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐซึ่งแม้พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีมติเสียงข้างมากท่วมท้น ในการประชุมเมื่อวันพุธ 332 ต่อ 95 เสียง ปัดตกญัตติของนายอัล กรีน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 9 รัฐเทกซัส ของพรรคเดโมแครต  ซึ่งขอให้ที่ประชุมพิจารณาถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐ จากกรณีวิวาทะระหว่างทรัมป์กับกลุ่มส.ส.หญิง "หัวก้าวหน้า 4 คน" ของพรรคเดโมแครต คือน.ส.อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ ส.ส.เขต 14 รัฐนิวยอร์ก วัย 29 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภาคองเกรสอายุน้อยที่สุดของสหรัฐและมีเชื้อสายเปอร์โตริโก นางอิลฮาน โอมาร์ ส.ส. เขต 5 รัฐมินนิโซตา วัย 37 ปี เชื้อสายโซมาเลีย นางราชิดา ทลาอิบ ส.ส. เขต 13 รัฐมิชิแกน วัย 42 ปี สมาชิกสภาคองเกรสหญิงคนแรกซึ่งมีเชื้อสายปาเลสไตน์ และนางอายานนา เพรสส์ลีย์ ส.ส. เขต 7 รัฐแมสซาชูเซตส์ วัย 45 ปี เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน หรือชาวผิวสี
 


นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ

ขณะที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าคณะกรรมาธิการพิเศษของสภาล่าง 6 คนกำลังตรวจสอบการทวีตของทรัมป์ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า "เป็นการเติมเชื้อไฟ" ให้ข้อพิพาทเรื่องการแบ่งแยกทางสีผิวและเชื้อชาติในประเทศทวีความรุนแรงขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมสภาล่างมีมติเสียงข้างมาก 240 ต่อ 187 เสียง เมื่อวันอังคาร ออกแถลงการณ์ "เชิงสัญลักษณ์" ประณามผู้นำสหรัฐเป็นบุคคลที่มีทัศนคติเหยียดเชื้อชาติและสีผิว ถือเป็นเจตนาสร้างความเกลียดชังและความหวาดกลัว
 



จากซ้ายไปขวา : นางอายานนา เพรสส์ลีย์ นางอิลฮาน โอมาร์ น.ส.อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ และนางราชิดา ทลาอิบ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนกรานว่า เขาไม่เคยมีทัศนคติเช่นนั้นต่อบุคคลใดก็ตาม และเรียกร้องพรรครีพับลิกันอย่าหลงกลตามเกมของพรรคเดโมแครตในเรื่องนี้ กระนั้นการที่ผู้นำสหรัฐทวีตข้อความว่า "สหรัฐเป็นประเทศที่เสรี สวมงาม และประสบความสำเร็จอย่างมาก หากบุคคลใดก็ตามเกลียดประเทศนี้ หรือไม่มีความสุขที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ ก็สามารถออกไปได้" ยังคงได้รับการตีความหลากหลาย ว่าเป็นการสร้างความเกลียดชังในสังคมหรือไม่.

เครดิตภาพ : AP,REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%

บอกต่อ : 37