อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562

อิตาลีลงนามร่วม "เส้นทางสายไหมใหม่" อย่างเป็นทางการ

รัฐบาลอิตาลีสร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาชิกกลุ่ม "จี7" ประเทศแรกที่เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนของแผนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" หรือ "เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21" กับจีน อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 เวลา 09.43 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีจูเซปเป กอนเต ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามใน "ข้อตกลงไม่มีผลผูกพัน" รวมทั้งสิ้น 29 ฉบับ ที่เรือนรับรองวิลลา มาดามา ทางตะวันตกของกรุงโรม เมื่อวันเสาร์ แม้รัฐบาลของทั้งสองประเทศยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงออกมาอย่างเป็นทางการ แต่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของอิตาลีรายงานว่ามูลค่าทั้งหมดของข้อตกลงนั้นอยู่ที่ระหว่าง 5,000 ถึง 7,000 ล้านยูโร ( ราว 179,143.61 ถึง 250,801 ล้านบาท ) ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค แต่ในเบื้องต้น "จะยังคงมีข้อจำกัด" การเพิ่มการมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคเกษตรกรรม อาทิ สวนส้ม และการส่งเสริมการท่องเที่ยว


 

 
ทั้งนี้ การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้อิตาลีถือเป็นประเทศตะวันตกแห่งแรก และสร้างประวัติศาสตร์เป็นประเทศแรกจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำขนาดใหญ่ 7 แห่ง "จี7" ซึ่งลงนามเป็นสมาชิกของแผนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" หรือ "เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21" ขณะที่ผู้นำจีนย้ำว่า รัฐบาลปักกิ่งมุ่งเน้นเสริมสร้างความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือทางการค้ากับอิตาลีในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน "ไม่ใช่การค้าขายทางเดียว" พร้อมทั้งยืนยันว่าข้อตกลงที่ลงนามร่วมกับอิตาลี "มีความยุติธรรมและรักษาสมดุลทางการค้า" ระหว่างทั้งสองประเทศ


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีจูเซปเป กอนเต เป็นสักขีพยานในการลงนามระหว่างนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.กระทรวงการต่างประเทศจีน กับนายลุยจิ ดีไมโอ รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความร่วมมือระหว่างจีนกับอิตาลีตามแผนหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางยังไม่จบเพียงเท่านี้ โดยกอนเตมีกำหนดเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 26 ถึง 27 เม.ย. นี้ เพื่อหารือต่อยอดโดยเน้นเรื่องเศรษฐกิจเป็นสำคัญ อนึ่ง มูลค่าการค้าระดับทวิภาคีเมื่อปีที่แล้วปรากฏว่าอิตาลียังเป็นฝ่ายขาดดุลต่อจีนอยู่ที่ 17,600 ล้านยูโร ( ราว 630,585.5 ล้านบาท ) แต่รัฐบาลโรมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การค้ากับจีนในครั้งนี้จะช่วยลดส่วนต่างของการเสียเปรียบทางการค้าได้บ้าง.

เครดิตภาพ : AFP,AP,REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    70%
  • ไม่เห็นด้วย
    30%

บอกต่อ : 20