อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562

เฮติจับชาวอเมริกัน 5 คน ขณะที่ม็อบไล่รัฐบาลยังเดือด

ทางการเฮติจับกุมกลุ่มชายต้องสงสัย 8 คน ในจำนวนนี้อย่างน้อย 5 คนเป็นชาวอเมริกัน ขณะที่สถานการณ์ประท้วงขับไล่รัฐบาลยังคงยืดเยื้อและรุนแรง อังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11.26 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. โดยอ้างจากรายงานของหนังสือพิมพ์ "เลอ นูเวลลิสต์" ฉบับวันจันทร์ ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเฮติบุกจู่โจมตรวจค้นสถานที่แห่งหนึ่ง ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วจับกุมกลุ่มชายต้องสงสัย 8 คน ในจำนวนนี้ 7 คนเป็นชาวต่างชาติ แบ่งเป็นชาวอเมริกันอย่างน้อย 5 คน แต่ข้อมูลของชาวต่างชาติอีก 2 คนยังคงขัดแย้ง โดยสื่อบางแห่งรายงานว่าชาวรัสเซียและชาวเซอร์เบีย แต่รายงานอีกหลายกระแสระบุว่าชายชาวต่างชาติเป็นพลเมืองสหรัฐทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ข้เอมูลอื่นที่ตรงกันคือของกลางซึ่งเจ้าหน้าที่ยึดได้มีอาวุธปืนทั้งปืนไรเฟิลและปืนพก โดรน โทรศัพท์ผ่านระบบดาวเทียมแบบไร้สาย ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ 2 คัน
 


ขณะที่ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านของเฮติยังสงวนท่าทีต่อรายงานดังหล่าว เช่นเดียวกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่รายงานเพียงว่า "รับทราบเรื่องแล้ว" และกำลังประสานกับรัฐบาลเฮติเพื่อมอบความช่วยเลหือด้านกงสุลที่จำเป็นให้แก่กลุ่มพลเมืองของสหรัฐต่อไป ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติของเฮติปฏิเสธให้ข้อมูลว่า พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 คนว่า "สมคบคิดก่ออาชญากรรม" แล้วหรือไม่ และการที่ชายทั้ง 8 คนอ้างว่า "ทำงานให้กับรัฐบาล"
 




ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีโฌเวเนล มอยอิส ซึ่งขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2560 ยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอย่างน้อย 9 คน ส่วนชนวนเหตุของการประท้วงเป็นผลจากความไม่พอใจของประชาชนต่อภาวะ "อภิมหาเงินเฟ้อ" ในประเทศ การคอร์รัปชั่นตั้งแต่ "ระดับสูงสุด" และรายงานเรื่องการยักยอกเงินเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 60,000 ล้านบาท ) จากกองทุนน้ำมันที่เวเนเซุเอลาขายให้เฮติในราคาพิเศษผ่านปิโตรคาริเบ รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของเฮติ ระหว่างปี 2559 ถึง 2560 แต่มอยอิสวัย 50 ปี ยืนปรานปฏิเสธลาออก.

เครดิตภาพ : REUTERS,AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 72