อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

โรงเรียนคาทอลิกสอบเหตุนร.ล้อเลียนชาวพื้นเมืองอเมริกัน

โรงเรียนมัธยมคาทอลิกและเขตมิสซังในรัฐเคนทักกีของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ขอโทษ "พฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง" ของนักเรียนกลุ่มหนึ่งของสถาบันต่อชาวพื้นเมือง โดยจะสอบสวนอย่างเร่งด่วนและบทลงโทษอาจรวมถึง "การไล่ออก" อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 17.00 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ว่าโรงเรียนมัธยมคาทอลิกโควิงตัน ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชายล้วน และเขตมิสซังโควิงตัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐเคนทักกี ออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันเสาร์ ประณามการจัดกิจกรรมชุมนุมโดยนักเรียนของสถาบันจำนวนหนึ่ง ที่อนุสรณ์สถานลินคอล์น ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่อต้านการทำแท้งในชื่อ “มาร์ช ฟอร์ ไลฟ์”  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การที่มีนักเรียนของสถาบันเผชิญหน้าและแสดงกิริยาไม่สุภาพกับคุณนาธาน ฟิลลิปส์” ชาวพื้นเมืองอเมริกันซึ่งเป็นทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม และกลุ่มชาวพื้นเมืองอเมริกันอาวุโสอีกหลายคน
 


ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และจะมีการดำเนินมาตรการกับผู้กระทำผิด “ตามความเหมาะสม” ที่รวมถึง “การไล่ออก” โดยหนึ่งในคลิปซึ่งกำลังเป็นประเด็นในสังคมอเมริกัน หนึ่งในกลุ่มนักเรียนซึ่งสวมหมวกแก็ปสีแดงมีตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า “MAGA” ที่ย่อมาจาก “Make America Great Again” หรือ “ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ซึ่งเป็นสโลแกนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล้อมฟิลิปส์ที่กำลังร้องเพลงและตีกลอง ในงานชุมนุมของกลุ่มชาวพื้นเมืองอเมริกัน ซึ่งจัดขึ้นให้กับทหารผ่านศึกเชื้อสายชนเผ่า ที่สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน แล้วตะโกนว่า “สร้างกำแพง!” ซ้ำไปซ้ำมาใส่หน้าฟิลลิปส์ ซึ่งมีเชื้อสายโอมาฮา หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์เก่าแก่ของสหรัฐ ส่วนฟิลลิปส์กล่าวในเวลาต่อมาว่า เขารู้สึกผิดหวังมากที่คาดหวังกับพลังของคนหนุ่มกลุ่มนี้ ว่าจะช่วยพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น
 


อนึ่ง ฟิลลิปส์ วัย 64 ปี เป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องจากหลายฝ่าย ด้วยการเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มชาวพื้นเมืองซึ่งปักหลักต่อสู้นานหลายเดือนข้ามปีระหว่างปี 2559 ถึง 2560 เพื่อต่อต้านโครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันใกล้กับเขตสงวนอินเดียน "สแตนดิ้ง ร็อค" ในรัฐนอร์ทดาโกตา จนบริษัทเอกชนยอมถอยตามคำสั่งของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐในตอนนั้น แต่ทรัมป์กลับมาสั่งให้การก่อสร้างเดินหน้าต่อ จนมีการฟ้องร้องกันในชั้นศาล.

เครดิตภาพ : REUTERS
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17