อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

ค้นไร้เหตุผล!'น้ำเพชร'จวกแหลก ตร.ทำเหมือนเป็นผู้ร้าย

น้ำเพชร-ฏีญาร์ภา โพสต์ไอจีเตือนภัย พร้อมบอกตำรวจทำเหมือนตนเป็นคนร้าย ขอค้นแบบไร้เหตุผล จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564 เวลา 18.49 น.


กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ที่ชาวเน็ตสนใจอย่างมาก หลังนางงามคนดัง น้ำเพชร-ฏีญาร์ภา อดีตนางงามจากเวทีมิสเอิร์ธ 2019 ได้ออกมาโพสต์รูปเหตุการณ์ตอนที่ตำรวจขอตรวจค้นรถของเธอ พร้อมเขียนข้อความเล่าเรื่องราวด้วยความโมโหว่า “ระวังนะคะ เดี๋ยวนี้ วิธีการหากินของตำรวจเปลี่ยนไป ตอนนี้ ไม่มีการตั้งด่าน แต่ความดีงามคือ ถ้าพวกเค้าสงสัยใคร จะออกขบวนกันมาเป็น 10 คน แล้วดักรถเรา โบกด้วยไฟฉาย แล้วเรียกให้เราลงจากรถเลย เหมือนเราเป็นผู้ร้าย เราตกใจมาก พอเราลงจากรถ ทั้งกลุ่มก็จะค้นรถ แล้วตรวจวัดแอลกอฮอล์ ค้นหายาเสพติด หรือ สิ่งผิดกฎหมาย แล้วพูดจาไม่ดี ถ้าคุณเมา คุณจะโดนไถเงินเลยค่ะ ถ้าคุณไม่เมา หรือ ตรวจอะไรไม่พบ เค้าก็ไม่มีคำขอโทษใดๆ นี่โดนมา 2 ครั้ง สน.ทองหล่อ และ สน.หัวหมาก ตรวจรถก็ไม่เจออะไร แต่ตำรวจให้เหตุผลที่ตรวจรถเราว่า ฟิล์มดำเกินไป (คือ ฟิล์มเราติดหน้า 40 หลัง 60 มันดำตรงไหนวะ ตามมาตรฐานทั่วไปที่เค้ากำหนดนะ ) น่ากลัวมากนะ เพราะเราเป็นผู้หญิง ขับรถคนเดียว แล้วเจอตำรวจผู้ชายมาทั้งกลุ่มเรียกลง เหมือนมันไม่มีความปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่เลย”



“ในขณะที่เรากำลังขับรถ มันตอนกลางคืน ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุ ตำรวจพวกนี้ ก็ไม่เคยรับผิดชอบนะคะ มันทำให้เรารู้สึกเกลียดตำรวจมากๆ เหมือนอยู่ดีๆ ก็มีเรียกค้น ไม่มีหมายค้น คือ ถ้าตั้งด่าน มันก็ยังรู้สึกดีกว่า เพราะต้องยอมโดนค้น แต่อันนี้ มาตรวจแบบไร้เหตุผล ไร้สาระ  แถมอีกเรื่องคือ มาตรวจค้น แมสก์บางคนก็ไม่ใส่ ถุงมือก็ไม่ใส่ แล้วมาหยิบจับอะไรในรถเรา ถ้าเกิดคุณไปหยิบจับโดนเชื้อมา แล้วเอามาจับพวงมาลัย กระเป๋า หรือสิ่งของในรถฉัน แล้วมันเกิดติด จะทำยังไงคะ มันไม่มีมาตรฐานป้องกันโรคระบาด โควิดเลยหรอ 
#ทุกวันนี้ภาพลักษณ์ของตำรวจที่ช่วยเหลือประชาชนไม่เหลืออยู่แล้วมีแต่ภาพที่ปล้นไถเงินเป็นโจรแล้วทำร้ายประชาชน ฝากแชร์ให้ถึง ผบ.ตร. คนใหม่ด้วยนะคะ พฤติกรรมของตำรวจแบบนี้ รับไม่ได้จริงๆ”


พอมีการลงรูปไป ก็มีชาวเน็ตมากดไลค์ พร้อมคอมเมนต์ให้กำลังใจและสอบถามเรื่องราวมากมาย 

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @petchteeyapar



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    9%
  • ไม่เห็นด้วย
    91%

ความคิดเห็น