อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563

พูดคุยพิเศษ "พอล ไคลน์" เผยประทับใจ เสียงเชียร์แฟนชาวไทยสุดยอด!

สกู๊ปพิเศษ : พูดคุยกับ “พอล ไคลน์ วง “เลนี่" อัพเดทอัลบั้มใหม่ “มาม่าส์ บอย ” พร้อมเผยความประทับใจ เสียงเชียร์แฟนคลับไทยสุดยอด! อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 13.46 น.


เรียกว่าเป็นอีกศิลปินขวัญใจแฟนชาวไทย สำหรับวงดนตรีอินดี้ป็อปชื่อดัง “เลนี่ (LANY)”  ที่หลังจากหายไป 2 ปี ล่าสุดพวกเขาได้ปล่อยอัลบั้มชุดที่ 3 “มาม่าส์ บอย (Mama’s boy)” ถ่ายทอดความรู้สึกแบบจัดเต็ม 14 เพลง 14 เรื่องราว ทั้งความรัก ความเศร้า รวมไปถึงความผูกพันที่มีต่อครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ “เลนี่” ได้ปล่อยออกมา 4 ซิงเกิ้ล ได้แก่ “กู๊ด กายส์ (good guys)”, “อีฟ ดิส อีส เดอะ ลาสต์ ไทม์ (If this is the last time)”, “ยู! (you!)” และ “คาวบอย อิน แอลเอ (cowboy in LA)” ซึ่งแต่ละเพลงล้วนได้รับกระแสตอบอย่างดีเยี่ยม ก่อนปล่อยอัลบั้ม “มาม่าส์ บอย” พร้อมเพลงรักสำหรับคนมูฟออนเป็นวงกลม อย่าง “ฮาร์ต วอนท์ เล็ท มี (Heart won’t let me)” ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” ได้มีโอกาสเปิดใจ พอล ไคลน์ ( Paul Klein) นักร้องนำสุดหล่อ มากความสามารถของวง ผ่านวิดีโอคอลทาง “ZOOM” ทั้งพูดคุยเกี่ยวกับการทำอัลบั้มใหม่ครั้งนี้ รวมถึงเจ้าตัวได้เผยถึงความประทับใจที่มีต่อแฟนชาวไทยด้วย
 
 



 
Q : สำหรับอัลบั้มใหม่ “มาม่าส์ บอย” เมื่อเทียบกับอัลบั้มก่อนของคุณแล้ว มีความแตกต่างกันยังไงบ้าง?
พอล ไคลน์ "สำหรับอัลบั้มที่ 2 “มาลิบู ไนท์ส (Malibu Nights)” คือเป็น 9 เพลงที่พูดถึงเรื่องเดียว แต่ “มาม่าส์ บอย” นั้นเป็น 14 เพลงที่พูดถึงเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีบางเพลงที่ผมพูดกับตัวเอง หรือบางเพลงที่ผมพูดกับคนอื่น มีเพลงนึงที่ชื่อว่า “ไอ สติล ทอล์ก ทู จีซัส (I still talk to jesus หรือ ผมยังคงพูดคุยกับพระเจ้า)” เพลงนึงชื่อ “ฮาร์ต วอนท์ เล็ท มี” ที่พูดถึงหัวใจตัวเองที่ไม่ยอมให้เราทำบางสิ่ง เหมือนผมคุยอยู่กับตัวเองว่า “นี่ใช่ความรักหรือเปล่า?” มันเป็นอัลบั้มที่มีหลากหลายแง่มุม ผมตื่นเต้นมาก ๆ ที่ในที่สุดก็ได้ปล่อยเพลงให้ฟังกันครับ”
 

Q : ขั้นตอนการทำอัลบั้ม “มาม่าส์ บอย” ครั้งนี้ มีความแตกต่างจาก 2 อัลบั้มก่อนบ้างมั้ย?
พอล ไคลน์ “คืออัลบั้มที่ 2 “มาลิบู ไนท์ส” มีขั้นตอนในการทำแตกต่างจากอัลบั้มแรกพอสมควรเลยครับ แล้วผลลัพธ์มันก็ออกมาดีมาก ๆ พวกเราจึงใช้วิธีเดียวกันกับตอนทำอัลบั้มที่ 2 นี้ในการทำอัลบั้ม “มาม่าส์ บอย” ด้วยการที่พวกเราเขียนเพลงเอาไว้ก่อน แล้วค่อยเลือกเพลงที่เหมาะมาใส่ในอัลบั้ม เพราะบางเพลงมันดีนะครับแต่อาจไม่เหมาะ และพอเราตัดสินใจว่าจะใส่เพลงอะไรลงในอัลบั้มได้แล้ว จากนั้นก็ไปที่ในสตูดิโอเพื่อทำเพลงกัน แม้ว่าวิธีการทำอัลบั้มนี้จะเหมือนกับอัลบั้มที่แล้ว แต่อารมณ์และความรู้สึก (Mood and Feeling) ของอัลบั้มนี้แตกต่างกันมาก ๆ คือ 9 เพลงใน “มาลิบู ไนท์ส” พูดถึงแต่เรื่องอกหัก ส่วนอัลบั้ม “มาม่าส์ บอย” นั้นมี 14 เพลง ที่พูดถึง 14 เรื่องราวต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ผมเลยตื่นเต้นที่จะให้ทุกคนได้ฟังเพลงในอัลบั้มนี้กันครับ”
 

เคชิ  
 
Q : ถามถึงการได้ทำงานร่วมกับ “เคชิ (KESHI)” ในเพลง “วอท ไอ วิช จัสต์ วัน เพอร์สัน วู้ดเซย์ ทู มี (What i wish just one person would say to me)” คุณทั้งคู่มาร่วมงานกันได้ยังไง?
พอล ไคลน์ “ผมเจอเพลงของเคชิเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา และผมก็ชอบเพลงเขามาก ผมเลยไปฟอลโลว์อินสตาแกรมของเขา และได้รู้ว่าเขาเองก็ฟอลโลว์อินสตาแกรมผมอยู่แล้ว ผมก็รู้สึกว่าเจ๋งไปเลย! ผมเลยส่งดีเอ็มไปบอกว่าเขา “เฮ้! ผมชื่นชอบเพลงคุณมากเลย” เขาก็แบบบอกผมว่า “ผมกำลังจะไปแอลเอนะ” ผมคิดว่าเขาน่าจะเพิ่งมาแอลเอราวเดือน ต.ค ปีที่แล้ว และพวกเราก็ไปแฮงเอาต์กัน แล้วคิดว่าถ้าได้มานั่งแต่งเพลงด้วยกันมันคงยอดเยี่ยม ตอนนั้นผมเริ่มแต่งเพลงสำหรับอัลบั้มใหม่นี้ไปได้เดือนครึ่งแล้ว ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะไปในทิศทางไหน และตอนที่เขาเข้ามาหาผมในห้อง ผมรู้สึกได้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่น่ารักคนนึง เราทักทายแล้วก็พูดคุยกันนิดหน่อยว่าช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ระหว่างที่เราพูดคุยกันอยู่ มือผมก็เริ่มพิมพ์ไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างพรั่งพรูออกมา จนกระทั่งเราแต่งเพลงกันเสร็จภายใน 2-3 ชั่วโมง มันเป็นธรรมาชาติมาก ๆ เลยครับ ผมส่งเดโมที่เพิ่งเสร็จให้สมาชิกในวง “เลนี่” ฟัง ซึ่งพวกเขาก็ชอบเพลงนี้กัน เราเลยตัดสินใจว่าเอาเพลงนี้ใส่ลงไปในอัลบั้มด้วยมันก็น่าจะเจ๋งดี เป็นการแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ แทบไม่มีอุปสรรคเลย น่าเสียดายที่หลังจากวันนั้นผมไม่ได้เจอเขาอีกเลย มันบ้ามาก ๆ เหมือนเรามาเจอกันวันหนึ่ง แต่งเพลงด้วยกัน แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกครับ (หัวเราะ)”







 

Q : คุณมักเห็นคุณค่าชื่นชมสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตอยู่เสมอ แล้วคุณได้นำไอเดียเหล่านี้ใส่ลงในอัลบั้มหรือในเพลงไหนบ้างมั้ย?
พอล ไคลน์  “ผมคิดว่ามนต์เสน่ห์นั้นอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ นะครับ สิ่งสำคัญคือการทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เห็นคุณค่าในสิ่งเล็กน้อยที่เกิดขึ้น แล้วคุณก็จะมีความสุขได้ การใส่ใจสิ่งเล็ก ๆ แล้วทำสิ่งเล็กน้อยนี้ให้ถูกต้องไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดผลลัพธ์มันจะออกมาดีกว่าที่คิดเอง บางครั้งสิ่งที่ทำให้ผมตื่นขึ้นตลอดทั้งคืน ส่วนใหญ่ก็เจ้าพวกสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้แหละครับ (ยิ้ม) แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมเป็นนะ ผมเลยพยายามใส่ใจกับสิ่งเล็ก ๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอครับ”
 
Q :  คุณคิดว่าโลกใบนี้จะเป็นยังไง ถ้าไม่มีเสียงดนตรี?
พอล ไคลน์  “ถ้าโลกนี้ไม่มีเสียงดนตรีเหรอครับ?...โอ้ ผมไม่ทราบเหมือนกัน (ยิ้ม) เป็นคำถามที่ยากจัง อย่างนึงเลยคือมันคงเป็นโลกที่ไม่น่าอยู่เหมือนโลกใบนี้ ผมไม่แน่ใจว่าหมายถึงเคยมีเสียงดนตรีแล้วจู่ ๆ ก็หายไป หรือว่ามันไม่เคยมีมาก่อนแต่แรก ผมไม่รู้ตรงจุดนี้ แต่ผมดีใจที่เรามีเสียงดนตรีนะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมมีแพสชั่นมากที่สุดในชีวิต และผมใช้เวลาทั้งชีวิตที่จะสร้างเสียงดนตรีออกมาให้ดีที่สุดครับ”
 
 



Q :  ท้ายที่สุดพูดถึงเมืองไทยกันบ้าง สิ่งที่คุณรู้สึกประทับใจเกี่ยวกับประเทศไทย และอยู่ในความทรงจำของคุณมากที่สุดคือเรื่องอะไร และฝากถึงแฟนชาวไทยที่คอยสนับสนุนมาโดยตลอดหน่อย?
พอล ไคลน์ “อาหารไทยนั้นคือดีที่สุดเลยครับ! (ยิ้ม) แถวบ้านผมมีร้านอาหารไทยด้วย แต่เทียบไม่ได้กับที่ผมไปทานอาหารไทยจริง ๆ ที่เมืองไทยเลย คือเขาก็ทำดีเลยนะครับ แต่ผมก็แค่ชอบไปทานที่เมืองไทยมากกว่า รวมถึงแฟน ๆ ชาวไทยด้วย แฟนชาวนั้นยอดเยี่ยมมาก มีแฟน ๆ เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ผมไปโชว์ที่เมืองไทย ผมเลยตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ไปเมืองไทย แฟน ๆ ช่วยร้องระหว่างแสดงกันดังมาก ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดเลยสำหรับคนดูที่ศิลปินอยากจะเห็นครับ”

เรียกว่าเป็นอีกการพูดคุยที่เต็มไปด้วยความประทับใจ ทั้งเรื่องราวการทำดนตรีของวง “เลนี่” ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ รวมไปถึงตัวตนของหนุ่ม พอล ไคลน์ ที่บอกเลยว่าทั้งเท่ เต็มไปด้วยเสน่ห์ และเป็นกันเอง ดีต่อใจจริง ๆ

ภาพ (PHOTO) : IG @Pauljasonklein , TWITTER @thisisLANY
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18