อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

'หนุ่ม ศรราม'ลั่นไม่มีวันรีเทิร์น คงสถานะ'ติ๊ก'ไว้แค่'แม่'

'หนุ่ม-ศรราม' เปิดใจยืนยันไม่ได้กีดกัน 'ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์' ให้พบลูก ขอให้คงสถานะไว้แค่ 'แม่' ส่วนเรื่องเลี้ยงดู 'น้องวีจิ' ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 20.45 น.



ถือเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่คนให้ความสนใจมาก สำหรับ "ศรราม เทพพิทักษ์" กับอดีตภรรยา "ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์" โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. "หนุ่ม ศรราม" ได้เปิดใจงานอีเวนต์งานหนึ่ง เผยว่า "ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่หนักและมีผลกระทบกับตัวเองและลูก แต่ละเรื่องตนไม่อยากให้เกิด พยายามแก้ไขและประคองทุกอย่าง จนสุดท้ายปัญหาไม่จบ ผลลัพธ์จึงออกมาแบบนี้ ต้นเหตุของปัญหามีคำตอบอยู่แล้ว ตนเองก็ทุกข์ ไม่ได้มีความสุข สิ่งที่กำลังจะบอกความรู้สึก จึงขออนุญาตเรื่องความเห็นของสังคม เพราะเรื่องนี้ต้องใช้เหตุผลและวีจิเป็นตัวตั้ง สิ่งที่จะทำต้องคำนึงถึงลูกและมีกระทบต่อลูกน้อยที่สุด

"ส่วนของติ๊กมาพบลูก ไม่ได้กีดกัน แต่ไม่ว่างจริงๆ ชีวิตต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ต้องทำงานใช้หนี้ หาเงินให้ลูกและแม่ที่เริ่มแก่ จึงให้ปรึกษากับทนายในการมาพบลูก โดยต้องมาคุยกัน และดูวันว่าง ซึ่งจะได้คุยกันในแนวทางทำหน้าที่พ่อและแม่ โดยยังเจอหน้าติ๊กได้ ส่วนปัญหาเรื่องหนี้สินของติ๊กนั้นเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมกับลูก แต่ละเรื่องมันเป็นเรื่องที่ผมไม่ได้มีความปรารถนาจะให้เกิดในชีวิตผมกับลูก แต่ผมก็ได้พยายามแก้ไขประคับประคองทุกๆ เรื่องอย่างดีที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมจะต้องปฏิบัติและทำในวันนี้ มันจะต้องเป็นผลดีต่อลูกมากที่สุด หรือกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของลูกน้อยที่สุด ทั้งในวันนี้ วันข้างหน้า และในอนาคตของลูก"

"ส่วนเรื่องการเลี้ยงดูน้องวีจิ ตอนนี้ยังหาข้อสรุปกันไม่ได้ เพียงแต่ว่าติ๊กประสานกลับมาแค่ว่า เราระบุวันเวลาที่มาเจอกัน แล้วมาคุยกันว่าลักษณะที่เราจะดูลูกจะเป็นยังไง ผมก็ลงไอจีสตอรี่ไปแล้วว่ามีการคุยกับผม ก็บอกว่าเจอลูกได้ แต่ว่าให้ติดต่อทางพี่ที่ผมให้ประสานมา แต่ติ๊กยังไม่เจอลูก เพราะว่าผมยังไม่ได้มีเวลาเจอครับ โอกาสกลับมาเป็นครอบครัวคงไม่มีแล้ว เพราะผมได้แสดงเรื่องเอกสารที่ชัดเจนระบุไว้ตั้งแต่ 20 ม.ค. ส่วนเรื่องให้อภัยนั้นคงไม่พูด"

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @sornram_theappitak

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31