อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

'แพน-สุรเกียรติ'รับรู้ตัว ก่อนช่องส่งจดหมายถอนเป็นนักแสดง

แพน-สุรเกียรติ เล่าละเอียดปมรู้ตัวก่อนถูกถอดสัญญานักแสดงของช่องดัง ย้ำขอโทษทำให้ช่องเสื่อมเสีย แต่เหตุเกิดเพราะจาดสติเลยทำให้ไม่ได้มองถึงผลที่จะตามมา พุธที่ 16 กันยายน 2563 เวลา 10.57 น.


จัดเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมาก หลังอดีตนักแสดงหนุ่มวิกหมอชิต “แพน-สุรเกียรติ” ขับรถชนคู่กรณีจนเสียหาย และฝ่าฝืนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ จนกลายเป็นคลิปที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ดราม่าระอุโซเชียล จนต้นสังกัดต้องออกมาถอดเจ้าตัวออกจากนักแสดงในสังกัด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุดหนุ่มแพนได้ออกมาอัพเดทประเด็นดังกล่าวผ่านรายการทางช่องอมรินทร์ทีวี พร้อมเล่าถึงเรื่องที่ว่าช่องมีการเรียกคุยก่อนร่อนจดหมายแจ้งยกเลิกสัญญา

แพน เผยว่า
"เรื่องต้นสังกัดส่งจดหมายยกเลิกการเป็นนักแสดงของผมก็รับรู้เรื่องนี้ครับ ก่อนจะมีจดหมายจากทางช่องออกมา ทางช่องก็มีเรียกเราเข้าไปคุยก่อน ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทางช่องก็ได้แจ้งมาว่าทางช่องมีกฎอยู่แล้วเรื่องเมาแล้วขับ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะช่องก็มีกิจกรรมรณรงค์ตลอด ก็อยากจะขอโทษทางช่องด้วย ทางช่องให้โอกาสผมมาเสมอทั้งในเรื่องของละคร งานพิธีกร งานต่างๆ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบนี้ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของช่องด้วย ผมขอโทษครับ”



"สำหรับงานในวงการ หลังจากนี้ก็ยังไม่ทราบเลยว่าจะหยุดไหม เหมือนทุกอย่างมันพังลงมาพร้อมๆกัน เรารู้สึกว่าจะขอใช้เวลาตรงนี้ อาจจะพัก ทำให้สภาพจิตใจของคุณแม่กลับมาให้มากที่สุดก่อน เป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า ผมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ในเรื่องครั้งนี้ในเรื่องของความไม่ประมาท การมีสติของตัวเรา การที่เราไม่ได้สติ ทำให้เราไม่รู้ถึงผลที่จะตามมา เรื่องนี้ผมอยากจะบอกกับทุกคน ทั้งเพื่อนในวงการและน้องๆทุกคน ให้ดูเคสนี้เป็นบทเรียน ขอโทษพี่ๆคู่กรณี ขอโทษพี่ๆเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจทุกคนด้วย ผมอยากขอโทษทุกคนจริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ทำให้คนติดตามผลงานของผมผิดหวัง ผมจะดื่มให้น้อยลง หรือว่าไม่ดื่มเลย เบื้องต้นของผม ก็มีความตั้งใจไว้ว่าเดี๋ยวจะไปปฏิบัติธรรม ก็มีที่คิดไว้แล้วว่าจะไปปฏิบัติธรรมทีไหน"




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 17